<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078</id><updated>2012-02-16T09:49:05.446-08:00</updated><category term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>ระเบียงใบไม้</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>15</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-4123856547135126182</id><published>2007-10-16T01:21:00.000-07:00</published><updated>2007-11-17T20:26:23.518-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>คำนำ : รำพึงริมระเบียง</title><content type='html'>&lt;span style="color:#999900;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;em&gt;บ่าย&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;วันหนึ่ง..&lt;br /&gt;ลมแล้งพัดโบย แม้ลมยังร้อนระอุ&lt;br /&gt;ใบโพธิ์ทะเลพลิ้วปลิวตามแรงลม&lt;br /&gt;ร่วงหล่นซบดินลงกราดเกลื่อน&lt;br /&gt;ผู้เฒ่าโพธิ์ทะเลที่เป็นเหมือนเพื่อนบ้านอารี&lt;br /&gt;ยามนี้เหลือแต่กิ่งก้านแห้งแกร็น&lt;br /&gt;ดูราวท่านกำลังจะละสังขาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันวางหนังสือลง..ยกกาแฟก้นแก้วที่เย็นชืดขึ้นซด&lt;br /&gt;แล้วคว้าไม้กวาดหมายใจจะกวาดใบแห้งเหล่านั้นไปรวม ๆ กันไว้&lt;br /&gt;เย็นนี้ค่อยเผา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"กวาดทำไม?" เสียงทักถามของผู้เฒ่าดังในห้วงสำนึก&lt;br /&gt;"ก็แล้วท่านปลิดใบทำไมเสียหมดต้นอย่างนั้น?" ฉันถามกลับ&lt;br /&gt;"ชีวิตยินยอมปรับตัวให้เหมาะกับดินฟ้าอากาศเพื่อความอยู่รอด"&lt;br /&gt;นั่นเป็นคำตอบที่ฉันรู้ดี ไม่มีข้อสงสัยฉันก้มหน้าก้มตากวาดไป&lt;br /&gt;"กวาดทำไม?"&lt;br /&gt;"อ้าว..จะได้เตียน ๆ โล่ง ๆ" ฉันว่า&lt;br /&gt;"ใบแห้งคืออาหารของเรา เราปลิดใบนอกจากปรับตัวให้สัมพันธ์กับ&lt;br /&gt;ความร้อนแล้งแล้วยังใช้ใบแห้งเป็นอาหารสำหรับผลิใบอ่อนเมื่อฝนมา"&lt;br /&gt;"อ้าว...เหรอ.." ฉันชะงักมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันอยู่กับผู้เฒ่ามานาน--นานพอเข้าใจชีวิตผู้เฒ่าที่คอยอบรมชีวิตของฉันมาแรมปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำ 'อาหาร' สำหรับผู้เฒ่าหาได้หมายเฉพาะอาหารแห่งตน&lt;br /&gt;หากแต่ยังหมายถึงก้านอ่อน..ใบอ่อน..จนถึงลูกอ่อน..&lt;br /&gt;ที่จะได้เป็นที่อาศัยพักพิงบังแดดฝนเป็นแหล่งอาหาร&lt;br /&gt;ของพวกนก..หนอน..แมลง..และอีกสรรพชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันวางไม้กวาดลง หลังจากบ่ายวันนั้นฉันไม่เคยคิดกวาดใบไม้แห้งไปเผาอีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกบ่ายฉันนั่งที่ระเบียง มีหนังสือเล่มหนึ่ง..กาแฟแก้วหนึ่ง..&lt;br /&gt;หลายครั้งที่เหลือบมองใบไม้เหล่านั้นค่อย ๆ ผุสลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของดินอุดม อดคิดไม่ได้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวอักษรที่ฉันขีดเขียนคงเป็นเช่นใบไม้แห้งเหล่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุลิดิน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-4123856547135126182?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/4123856547135126182/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=4123856547135126182' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/4123856547135126182'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/4123856547135126182'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_15.html' title='คำนำ : รำพึงริมระเบียง'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-6321406412616676960</id><published>2007-10-16T00:21:00.001-07:00</published><updated>2007-10-16T00:21:03.817-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>อำลา</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;หลาย&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;วันมานี้เวลาของฉันผ่านไปอย่างลำบากยากใจ ดวงจิตของฉันวิ่งวนอยู่ระหว่างคำ ‘ย้าย’ กับ ‘ไม่ย้าย’ ไป ๆ มา ๆ อยู่เช่นนั้นจนไม่เลยที่จักหาความสุขสงบได้แม้สักชั่วครู่ยาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บนความลังเลนั่น ความอึดอัดเกินอั้นฉายวาวอยู่แต่เช้าจนค่ำคืน สำหรับฉันยามนี้..วันเวลาช่างเหมือนใบไม้เหลืองกรอบในสายลมของฤดูใบไม้ร่วงที่พลิ้วพรูอย่างมากมายจนไม่ทันยับยั้งตั้งตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันนั่งมองพื้นระเบียงฟากไม้ไผ่ซึ่งบัดนี้ผุกร่อน โครงคานถูกปลวกขึ้นมาทำลายด้วยเห็นเป็นอาหารโอชะ ใช่เพียงระเบียงใบไม้ที่ฉันใช้นั่งอ่าน-เขียนทุกบ่าย แม้ตัวกระท่อมเองก็ไม่อยู่ในสภาพจะใช้การได้อีกต่อไป หากซ่อมแซมก็เหมือนประเคนอาหารจานใหม่ให้บรรดาปลวกเจ้าถิ่น ส่วนการคิดใช้น้ำยาฆ่าปลวกนั้นขออย่าได้หมาย ฉันยังหวังครองชีวิตกับเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ดำรงชีพโดยวิถีของตนไปด้วยกัน เมื่อไม่คิดกำจัดทำให้ไม่อาจยับยั้งการรุก ฉันกลับต้องเป็นฝ่ายยอมละทิ้งกระท่อมซึ่งสร้างมากับมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไปปัดกวาดกระท่อมเก่าปลายนาที่หลังคามุงด้วยกระเบื้อง หวังใช้คุ้มแดดฝนพอให้ผ่านฤดูพายุลมที่กำลังมาถึงนี้ไปก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่นั่นเท่ากับว่าฉันจะต้องตัดใจทิ้งกระท่อมมุงจากที่เคยฝากชีวิตมาหลายปี ทิ้งร่มผู้เฒ่าที่ฉันเคยคุ้นนอนหนุนเงารับลมเย็นอยู่ทุกบ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะหาที่ไหนสงบสุขได้เท่ากระท่อมใบไม้แห่งนี้ คงไม่มีแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันย้ายข้าวของทดลองอยู่กระท่อมมุงกระเบื้อง ที่นั่นฉันพบแต่ระอุร้อนทั้งยังต้องผจญกับประดามดตัวเล็ก ๆ ซึ่งครองอยู่ก่อนจนไม่ได้หลับได้นอน แต่เวลาที่ลมเปลี่ยนทิศกระชั้นเข้ามาทุกที ถึงเวลานั้นพายุฝนก็จะกระหน่ำไม่เปิดโอกาสให้คิดทบคิดทวนอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจำตัดใจอำลาความสุขที่เคยคุ้น ตัดใจลาผู้เฒ่าโพธิ์ทะเลที่เป็นเหมือนเพื่อนบ้านอารี ที่ที่ฉันจะไปอยู่ห่างไปอีกร่วมสองร้อยเมตร ไม่มีน้ำประปาต้องรออาศัยแต่น้ำจากฟ้า ทั้งไม่มีไม้ใหญ่ให้ร่มเงา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันคงต้องไปเริ่มทุกอย่างใหม่..เริ่มด้วยคำถามที่ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำอย่างไรจึงจะสามารถดำรงอยู่ได้อย่างสุขสมดุลในทุกจังหวะเคลื่อนของดวงตะวัน ผ่านเช้าสายบ่ายเย็นค่ำอย่างสอดคล้องกลมกลืน?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังมีงานอีกมากหลายคอยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปรับกระท่อมที่ร้อนระอุให้มีทางลมผ่าน ปรับคันดินอันเต็มด้วยวัชพืชให้มีที่ปลูกผักปลูกผลไม้อย่างใจหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันพรุ่งฉันจะย้ายข้าวของ&lt;br /&gt;เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่ดำรงชีพอยู่กับดินน้ำฟ้า&lt;br /&gt;บำเพ็ญตนอยู่ในฆราวาสธรรม&lt;br /&gt;ผ่านวันเวลานิ่งงัน..ด้วยอักขระอ่อนหัดที่ยังคงค่อยคืบค่อยคลาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเริ่มระเบียงใบไม้ด้วยอวนอุ่นของไอแดดยามบ่าย..สายลมที่ล้อไม้ไหวโอน..เมื่อไม่มีระเบียงที่เคยนั่งขีดเขียนฉันก็ไม่อาจนำตัวอักษรเดินทางในนามของระเบียงฯ ได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกการพบมีการพราก&lt;br /&gt;ทุกการอยู่ร่วมมีการจาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจริงข้อนี้ฉันตระหนักด้วยหัวใจที่สะทกสะท้อนตลอดมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลาก่อน..ระเบียงใบไม้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุลีดิน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-6321406412616676960?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/6321406412616676960/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=6321406412616676960' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/6321406412616676960'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/6321406412616676960'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_16.html' title='อำลา'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-6989093999476198300</id><published>2007-10-15T22:36:00.001-07:00</published><updated>2007-10-15T22:36:19.110-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>ไอ้เตี้ย</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/08/rabiern17.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;๑.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;เสียง&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;บัตตาเลี่ยนครางหึ่งเหมือนเสียงปีศาจ&lt;br /&gt;ฉันนั่งมองลุงคล้อย ช่างตัดผมประจำหมู่บ้านกำลังประจง&lt;br /&gt;เคลื่อนมือขึ้นลงไปบนศีรษะลูกค้าอย่างใจเย็น&lt;br /&gt;ฉันมองด้วยความหงุดหงิด รู้ว่าไม่สามารถเร่งแกได้แต่ให้ตายเถอะ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เร็วสิลุง ช่วยดูมันหน่อย!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงคล้อยหันมองแวบหนึ่งแล้วไถบัตตาเลี่ยนต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เออ…อีกหน่อยเดียวก็เสร็จแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันร้อนใจมือไม้สั่นไม่รู้จะทำอย่างไร&lt;br /&gt;ลุงจิตบอกว่าละแวกนี้มีลุงคล้อยคนเดียวที่ชำนาญ แกน่าจะช่วยได้&lt;br /&gt;แต่ดูเหมือนแกจะกำลังทำหน้าที่ช่างตัดผมด้วยความรับผิดชอบสุดชีวิตไม่ยอมละทิ้งกลางคัน&lt;br /&gt;ฉันในยามว้าวุ่นใจแทบกระโจนไปลากแกออกมาจากศีรษะลูกค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำได้แต่รุ่มร้อนอยู่เช่นนั้น&lt;br /&gt;มองไอ้เตี้ยคอพับคออ่อนอยู่บนตัก&lt;br /&gt;ใต้ขนยาวที่ลื่นมือตัวมันยังอุ่น…มือฉันสั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;๒.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ฉันอยากได้ไก่เตี้ยไว้ที่กระท่อม คิดเล่น ๆ ว่าคงเพลินดี&lt;br /&gt;หากมีไก่สวย ๆ เดินจิกโน่นจิกนี้รอบ ๆ กระท่อม&lt;br /&gt;ไก่เตี้ยคล้ายไก่แจ้แต่ตัวเล็กกว่าเตี้ยกว่า ขามันสั้นนิดเดียว&lt;br /&gt;หงอนใหญ่หางโค้งงอนยาวลงระพื้น สีสดสวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังฉันเอ่ยปากไม่นานก็ได้ไก่เตี้ยจากเพื่อนมาคู่หนึ่ง&lt;br /&gt;ไก่ถูกส่งเดินทางไกลข้ามฟากจากฝั่งอันดามันมายังอ่าวไทย&lt;br /&gt;ตอนที่ได้รับลังกระดาษ ฉันรีบเปิดออกด้วยความห่วงใย&lt;br /&gt;หลายชั่วโมงที่พวกมันไม่ได้กินอะไรทั้งยังอยู่ในลังใบเล็กที่ขยับตัวแทบไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้างในมีไก่เตี้ยสองตัว ตัวผู้สีดำสลับแดงตัวเมียสีขาว ตัวเมียซุกหัวอยู่ใต้ปีกตัวผู้&lt;br /&gt;ฉันจัดแจงที่พักให้พวกมันอยู่ข้างกระท่อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรียกมันว่าไอ้เตี้ยกับนังเตี้ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;๓.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากวันนั้นฉันก็มีอีกหนึ่งครอบครัวอาศัยร่วมชายคา&lt;br /&gt;ทุกเช้าไอ้เตี้ยขันตอนตีสี่กว่า ๆ ปลุกฉันตื่นเพื่อจะหลับต่อ&lt;br /&gt;แต่แปลกแทนที่ฉันจะรำคาญ กลับรู้สึกเพียงว่า อา…ไอ้เตี้ยตื่นแล้ว&lt;br /&gt;ฉันลืมตาตื่นอีกทีตอนฟ้าสาง พบว่ามันทั้งคู่ออกเดินจิกโน่นจิกนี่อยู่รอบ ๆ กระท่อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันโยนข้าวสุกบ้างข้าวสารบ้างให้มันกิน&lt;br /&gt;ด้วยความที่ไม่รู้ คิดว่าไก่คงชอบกินข้าวเปลือก ฉันหาข้าวเปลือกมาให้พวกมัน&lt;br /&gt;ลุงจิตผ่านมาเห็นเข้าบอกว่าให้ข้าวสารน่ะดีแล้ว ข้าวเปลือกไม่ดีกับพวกมัน&lt;br /&gt;ฉันฟังแล้วยังงง ๆ เพราะคุ้นหูมาแต่ไหนแต่ไรว่าไก่กินข้าวเปลือก แต่ก็ต้องเชื่อแกไว้ก่อน&lt;br /&gt;เพราะนั่นเป็นความเห็นของนักเลงไก่ชนตัวกลั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้เตี้ยกับภรรยาหากินอยู่ข้างกันตลอดเวลา&lt;br /&gt;ดูเหมือนว่าภรรยาจะรักมันมาก นังเตี้ยจะเดินตามต้อย ๆ ไม่ว่าไอ้เตี้ยจะเหยาะย่างไปทางไหน&lt;br /&gt;ฉันชอบนั่งดูพวกมัน นาน ๆ ไอ้เตี้ยก็จะแสดงความรักกระโดดขี่นังเตี้ยสักที&lt;br /&gt;พวกมันกลับขึ้นคอนตอนฟ้าโพล้เพล้&lt;br /&gt;นังเตี้ยจะสอดหัวเข้าใต้ปีกสามีเหมือนกับตอนที่ฉันพบพวกมันครั้งแรก&lt;br /&gt;แล้วหลับอยู่ในท่านั้นทั้งคืน (ข้อนี้ฉันเดา เพราะหลายครั้งที่ส่องไฟฉายดูพวกมันตอนดื่นดึก&lt;br /&gt;ก็ยังเห็นพวกมันอยู่ในท่าเดิม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ่านวันคืนไอ้เตี้ยสมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ ขนเป็นมันยาวระพื้น&lt;br /&gt;หงอนที่เคยเล็ก ค่อย ๆ แผ่กว้างสีแดงสด มันตัวเตี้ยติดดินแต่ดูสง่าอย่างไม่น่าเชื่อ&lt;br /&gt;มีภรรยาขนสีขาวที่คอยเดินตามต้อย ๆ ด้วยความรักภักดี&lt;br /&gt;พวกมันเข้านอนเป็นเวลาตื่นเป็นเวลา เป็นชีวิตคู่ที่ฉันนั่งมองด้วยความอิจฉา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;๔.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่นานนังเตี้ยเริ่มหายไปปล่อยไอ้เตี้ยเดินจิกโน่นจิกนี่อยู่ตัวเดียว&lt;br /&gt;ฉันสงสัยออกไปตามหาได้ยินเสียงร้องต๊อก ๆ ของนังเตี้ยดังถี่กระชั้นจึงรีบไปดู&lt;br /&gt;นังเตี้ยสาละวนเดินไปเดินมาร้องต๊อก ๆ ไม่ได้สนใจไอ้เตี้ยเหมือนก่อน&lt;br /&gt;อาหารก็ไม่แตะฉันสงสัยมันเป็นอะไร&lt;br /&gt;ถามลุงจิต&lt;br /&gt;ลุงจิตบอกว่ามันกำลังจะวางไข่&lt;br /&gt;ฉันตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะได้พบไก่วางไข่&lt;br /&gt;ครอบครัวไอ้เตี้ยกำลังจะมีสมาชิกใหม่&lt;br /&gt;ฉันกำลังจะมีลูกเจี๊ยบเล็ก ๆ เดินจิกโน่นจิกนี่รอบ ๆ กระท่อม แค่คิดฉันก็ยิ้มกริ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยคำแนะนำของเกจินักเลงไก่ชน ฉันหาหญ้าแห้งมาปูในกะละมังพลาสติก&lt;br /&gt;เอานังเตี้ยลงไปนั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันหมั่นไปดูนังเตี้ยบ่อย ๆ ส่วนไอ้เตี้ยเอาแต่เดินหาอาหารไม่สนใจภรรยาที่กำลังจะคลอดลูก&lt;br /&gt;ไม่นานก็มีไข่ฟองแรกออกมา&lt;br /&gt;ฉันมองด้วยความอัศจรรย์ใจ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันรับความรู้สึกว่าไข่เป็นสิ่งมีชีวิต&lt;br /&gt;บางครั้งเห็นนังเตี้ยหายไปสักพักก็กลับมานั่งในกะละมังฟางหญ้าใหม่&lt;br /&gt;มันไข่ออกมาเรื่อย ๆ น่าจะประมาณห้าฟอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นนังเตี้ยไม่ยอมลุกจากกะละมังอีกเลย&lt;br /&gt;ลูงจิตบอกว่ามันกำลังฟักไข่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันมองมันด้วยความกังวล หลายวันแล้วที่มันไม่กินข้าวกินน้ำนั่งอยู่อย่างนั้นไม่กระดิกกระเดี้ย&lt;br /&gt;ฉันได้แต่ให้กำลังใจ ส่วนไอ้เตี้ยเช่นเดิมเอาแต่เดินจิกโน่นจิกนี่ ไม่เคยแวะเยี่ยมเมีย&lt;br /&gt;แม้สักแวบ ค่ำลงก็กลับขึ้นเกาะคอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายวันผ่านไป&lt;br /&gt;ฉันแวะดูตอนเช้า…ใจหาย!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่แล้วสองตัว แต่ตายทั้งคู่&lt;br /&gt;มดคันไฟรุมกัดกินจนลูกตามันหายไป&lt;br /&gt;ไม่รู้นังเตี้ยจะรู้หรือไม่ว่าลูกของมันตายแล้ว&lt;br /&gt;มันยังคงนั่งฟักไข่ที่เหลือ&lt;br /&gt;ฉันเจ็บใจตัวเองที่ลืมคิดถึงพวกมด เพราะละแวกที่ฉันอาศัยเต็มไปด้วยมดทุกชนิด&lt;br /&gt;ไม่ทราบว่าตัวอ่อนตายเพราะมดหรือตายก่อนแล้วมดจึงขึ้น&lt;br /&gt;ฉันนำกะละมังฟางหญ้าของนังเตี้ยหล่อน้ำไว้ในกะละมังใบใหญ่กว่า&lt;br /&gt;อย่างน้อยยังมีความหวังกับไข่ที่เหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นังเตี้ยนั่งฟักไข่โดยไม่แตะต้องอาหารอยู่หลายวัน&lt;br /&gt;จนเช้าวันหนึ่งฉันเห็นมันเดินอยู่ข้าง ๆ ไอ้เตี้ยอย่างเดิมคิดว่ามันคงฟักเสร็จแล้วรีบไปดูที่กะละมัง&lt;br /&gt;ปรากฏไข่ทั้งสามฟองยังคงสมบูรณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามลุงจิตลุงจิตบอกว่าครบกำหนดเวลาฟักของมันแล้วถ้ายังฟักไม่ออกมันก็เลิก&lt;br /&gt;ฉันได้แต่ผิดหวังลุงจิตบอกให้เอาไข่ไปทอดกิน&lt;br /&gt;ฉันทำใจกินไม่ลงบอกยกให้ลุงจิตไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันมองทั้งคู่เดินจิกอาหารอยู่ข้าง ๆ กัน&lt;br /&gt;ดูเหมือนพวกมันจะไม่รู้สึกรู้สา&lt;br /&gt;ทุกอย่างที่กระทำคงทำไปตามสัญชาตญาณ&lt;br /&gt;ฉันสิที่เสียใจความหวังที่จะเห็นลูก ๆ ของพวกมันเป็นอันต้องเลื่อนไป&lt;br /&gt;โดยที่ฉันในยามนั้นไม่รู้เลยว่าเป็นหวังที่ไม่มีวันมาถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;๕.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนั้นฉันกลับมาจากข้างนอกเห็นนังเตี้ยเดินอยู่ตัวเดียว&lt;br /&gt;ฉันมองหาไอ้เตี้ยแต่ไม่เห็นจึงทำเสียงเรียกก๊อก ๆ&lt;br /&gt;เป็นเสียงที่ใช้เรียกพวกมันมากินข้าวสารที่โปรยให้&lt;br /&gt;มีแต่นังเตี้ยที่ถลาเข้ามา&lt;br /&gt;ฉันออกเดินหา&lt;br /&gt;พบไอ้เตี้ยที่ไม่ใช่ไอ้เตี้ยกองอยู่ในพงหญ้าริมรั้ว&lt;br /&gt;ที่ว่าไม่ใช่ไอ้เตี้ยเพราะไอ้เตี้ยตอนนี้ไม่มีสภาพเดิมหลงเหลือ&lt;br /&gt;ขนที่เคยเรียบเป็นมันขลับกลับยับเยิน&lt;br /&gt;ดวงตาบวมจนปิดทั้งสองข้าง&lt;br /&gt;หงอนที่เคยแดงสดกลายเป็นสีน้ำตาลช้ำเลือดช้ำหนอง&lt;br /&gt;ไอ้เตี้ยอยู่ในสภาพงอมพระรามล่อแล่เจียนอยู่เจียนตาย&lt;br /&gt;ฉันรีบพามันไปหาลุงจิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงจิตบอกว่า “สงสัยมันชนกับไก่ชนบ้านผู้ใหญ่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถัดจากรั้วกระท่อมเป็นเขตบ้านผู้ใหญ่ชอบ&lt;br /&gt;ผู้ใหญ่เลี้ยงไก่ชนไว้หลายตัวแต่ปล่อยให้มันออกหาอาหารเอง&lt;br /&gt;ไม่ได้ประคบประงมเหมือนไก่ชนทั่วไป&lt;br /&gt;บ่อยครั้งที่พวกมันเลาะริมรั้วเข้ามาหากินแถว ๆ กระท่อม&lt;br /&gt;ไอ้เตี้ยเจอเข้าคงต่อสู้ไม่ยอมหนี&lt;br /&gt;ลุงจิตบอกว่าหากมันสู้ไม่ได้แล้ววิ่งหนีก็จะไม่สะบักสะบอมเช่นนี้&lt;br /&gt;นี่มันคงสู้สุดฤทธิ์ แต่เมื่อเทียบขนาดตัวกันแล้วไอ้เตี้ยก็ไม่ต่างจาก&lt;br /&gt;เด็กเล็ก ๆ ชกต่อยกับผู้ใหญ่ประตูชนะถูกปิดตาย&lt;br /&gt;มีก็แต่หัวใจนักสู้ของมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่อาจทนดูสภาพไอ้เตี้ยในยามนั้น&lt;br /&gt;ด้วยคิดว่ามันไม่รอดแน่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันฝากไว้ให้ลุงจิตช่วยรักษา&lt;br /&gt;หากไม่รอดก็แล้วไป&lt;br /&gt;กลับมาที่กระท่อมเห็นนังเตี้ยเดินจิกอาหารอยู่ตัวเดียวก็ให้นึกสงสาร&lt;br /&gt;มันสองตัวไม่เคยห่างกันทั้งกลางวันกลางคืน&lt;br /&gt;ฉันเองก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองสามวันต่อมา&lt;br /&gt;ลุงจิตเอาไอ้เตี้ยมาส่ง&lt;br /&gt;มันยังไม่ตาย&lt;br /&gt;แต่สภาพโดยรวมยังสะบักสะบอม&lt;br /&gt;หงอนยังเป็นสีช้ำเลือดช้ำหนองอย่างน่ากลัว&lt;br /&gt;ลุงจิตบอกว่า “สักพักมันก็ฟื้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สักพักของลุงจิตกินเวลาร่วมเดือน&lt;br /&gt;ไอ้เตี้ยฟื้นตัวขึ้นช้า ๆ ฉันเพิ่งได้เรียนรุ้ว่า&lt;br /&gt;หงอนของไก่เป็นเครื่องบ่งบอกสุขภาพของมัน&lt;br /&gt;หงอนไอ้เตี้ยค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงตามวันเวลาที่มันค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น&lt;br /&gt;กระทั่งกลับเป็นสีแดงสดดังเดิม&lt;br /&gt;ขนกลับมาดกยาวเป็นมัน งามสง่าเป็นไอ้เตี้ยตัวเดิมอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้เตี้ยกลับมาขันทุกเช้าตอนตีสี่&lt;br /&gt;เดินจิกอาหารไปรอบ ๆ กระท่อมโดยมีนางเตี้ยภรรยาผู้ซื้อสัตย์เดินตามต้อย ๆ&lt;br /&gt;นาน ๆ ไอ้เตี้ยก็จะกระโดดขึ้นขี่หลังนังเตี้ยสักครั้ง&lt;br /&gt;ค่ำลงทั้งสองเกาะคอนอิงชิดกัน&lt;br /&gt;นังเตี้ยสอดหัวเข้าใต้ปีกไอ้เตี้ยแล้วทั้งคู่ก็หลับในท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;๖.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสุข..คืนวันที่ดี..&lt;br /&gt;คงเป็นเช่นสายลมชนิดหนึ่งซึ่งพัดผ่านชีวิตเราเป็นระยะ&lt;br /&gt;พอได้บรรเทาไอร้อนสักครู่ยามจากนั้นก็พัดผ่านไปชีวิตครอบครัวเพื่อนบ้านของฉันผ่านคืนวันเงียบงาม&lt;br /&gt;ที่อบอวลไปด้วยความสุขสงบ&lt;br /&gt;ทั้งสองไม่เคยทะเลาะกัน กิจวัตรหมุนเวียนไปตามแสงตะวัน&lt;br /&gt;อย่างตรงไปตรงมาและตรงเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกบ่ายฉันจะถือแก้วกาแฟออกมานั่งที่ระเบียง&lt;br /&gt;ผู้เฒ่าโพธิ์ทะเลแผ่ก้านใบบดไอแดดแต่ไม่บังสายลม&lt;br /&gt;หนังสือหนึ่งเล่ม..กาแฟหนึ่งแก้ว..กับร่มเงาไม้ยามบ่าย&lt;br /&gt;เป็นช่วงเวลาดีช่วงหนึ่งของวัน..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันนั่งมองไก่เตี้ยสองตัวเดินเวียนวนคุ้ยเขี่ยพื้นดิน&lt;br /&gt;ตัวเดินนำขนสีแดงดำเงางามเป็นมันดกระพื้นจนมองไม่เห็นขา&lt;br /&gt;ขนหางงอนโค้งงอน หงอนใหญ่สีแดงสดโดดเด่น&lt;br /&gt;อีกตัวสีขาวปลอดตามต้อย ๆ อยู่ไม่ห่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันคิดถึงชีวิตคู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะสุขเพียงไรหากมีชีวิตคู่ที่อยู่ใกล้กันตลอดเวลา&lt;br /&gt;ผ่านคืนวันเรียบง่ายไปด้วยกันจนแก่เฒ่า&lt;br /&gt;หาเลี้ยงชีพด้วยวิธีง่าย ๆ กินน้อยใช้น้อย&lt;br /&gt;อยู่กับเวลาปัจจุบันอย่างทั้งสอง&lt;br /&gt;ไม่ต้องเร่งหาเร่งเก็บวิตกกังวลกับอนาคตที่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามีอยู่จริง&lt;br /&gt;จนทอดทิ้งปัจจุบัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันนั่งอมยิ้มมองทั้งสอง&lt;br /&gt;คิดขึ้นได้…ลุกขึ้นไปเอาข้าวสารโยนให้พวกมันจิก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเวลาที่ดีคงเป็นเช่นสายลม&lt;br /&gt;แล้ววันหนึ่งสายลมแห่งความสุขก็พัดพ้นผ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เย็นวันนั้น..ฉันกลับมาจากข้างนอก&lt;br /&gt;เห็นไอ้เตี้ยเกาะคอนคอตก&lt;br /&gt;ทีแรกคิดว่าถูกไก่ชนผู้ใหญ่ตีอีก&lt;br /&gt;ฉันอุ้มมันขึ้นมาดู ขนยังเงาวาว&lt;br /&gt;ที่คอมีก้อนกลมใหญ่จนน่ากลัวเหมือนมันกินอะไรเข้าไปแล้วติดคอ&lt;br /&gt;ฉันรีบเอาไปให้ลุงจิตดู ลุงจิตคลำแล้วทำหน้างงงวย ดูเหมือนว่าแกเองก็ไม่รู้สาเหตุ&lt;br /&gt;ลุงจิตแนะให้พาไปหาลุงคล้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;๗.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันนั่งอุ้มไอ้เตี้ยที่ตาปรือเหมือนกำลังจะสิ้นใจ&lt;br /&gt;มองลุงคล้อยผู้เชี่ยวชาญในการรักษาไก่ที่อาชีพหลักคือช่างตัดผมประจำหมู่บ้าน&lt;br /&gt;มีลูกค้ารับบริการอยู่ ฉันบอกลุงคล้อยช่วยดูไก่ให้หน่อย แกขานรับเสียงเออ..ออ..&lt;br /&gt;แล้วตั้งหน้าตั้งตาตัดผมลูกค้าต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันได้แต่นั่งกระสับกระส่าย..ตัวสั่น..มือสั่น..&lt;br /&gt;ชีวิตไอ้เตี้ยกำลังแขวนบนเส้นด้าย&lt;br /&gt;แต่คนเดียวที่หวังว่าจะช่วยมันได้กลับเห็นเป็นเรื่องไม่สลักสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงปัตตาเลี่ยนครางหึ่งเหมือนเสียงปีศาจ&lt;br /&gt;ฉันนั่งมองลุงคล้อยประจงเคลื่อนมือขึ้นลงไปบนศีรษะลูกค้าอย่างใจเย็น&lt;br /&gt;มองด้วยความหงุดหงิด รู้ว่าไม่สามารถเร่งแกได้แต่ให้ตายเถอะ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เร็วสิลุงช่วยดูมันหน่อย!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงคล้อยหันมองแวบหนึ่งแล้วไถปัตตาเลี่ยนต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เออ…อีกหน่อยเดียวก็เสร็จแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันร้อนใจไม่รู้จะทำอย่างไร&lt;br /&gt;ลุงจิตบอกว่าละแวกนี้มีลุงคล้อยคนเดียวที่ชำนาญแกน่าจะช่วยได้&lt;br /&gt;แต่ดูเหมือนแกจะกำลังทำหน้าที่ช่างตัดผมด้วยความรับผิดชอบสุดชีวิตไม่ยอมละทิ้งกลางคัน&lt;br /&gt;ฉันในยามว้าวุ่นใจแทบกระโจนไปลากแกออกมาจากศีรษะลูกค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำได้แต่รุ่มร้อนอยู่เช่นนั้น&lt;br /&gt;มองไอ้เตี้ยคอพับคออ่อนอยู่บนตัก&lt;br /&gt;ใต้ขนยาวที่ลื่นมือตัวมันยังอุ่น…มือฉันสั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงคล้อยไม่มีทีท่าใส่ใจที่ชีวิตหนึ่งกำลังหายใจรวยรินรอแกช่วยเหลือ&lt;br /&gt;แกไม่แม้จะดูก่อนสักเล็กน้อย&lt;br /&gt;สำหรับแกไก่ก็คือไก่&lt;br /&gt;ไก่ไม่ใช่ไอ้เตี้ย&lt;br /&gt;ไอ้เตี้ยมีตัวตนอยู่ก็กับฉันเท่านั้นเองกระมัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้เตี้ยไม่ขยับตัวแล้ว..ตาหลับ..คอพับ..&lt;br /&gt;ฉันไม่อาจทนดูไอ้เตี้ยตายอยู่บนตัก&lt;br /&gt;หัวใจทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดไม่รู้จะทำเช่นไร&lt;br /&gt;ฉันลูบขนมันแผ่วเบาแล้ววางมันลง บอกลุงคล้อยว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เสร็จแล้วช่วยดูให้ทีนะลุง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เออ!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;๘.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจากมาในลักษณะนั้น&lt;br /&gt;เจ็บใจตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ย่ำค่ำฉันกลับไปบ้านลุงคล้อยอีกครั้ง&lt;br /&gt;ลุงคล้อยบอกหน้าตาเฉย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มันตายแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวใจฉันหล่นวูบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ให้เด็กมันถอนขนต้มขมิ้นไว้ให้แล้วเดี๋ยวเอาไปได้เลย” แกสำทับ “ไก่เตี้ยเนื้ออร่อยนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันก้มหน้าส่ายหัวไม่พูดไม่จา..&lt;br /&gt;โดยไม่ร่ำลา..ฉันเดินกลับกระท่อมด้วยความรู้สักย้อนแย้งยากระบาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6600;"&gt;๙.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลายังคงทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง..&lt;br /&gt;ใต้ร่มผู้เฒ่า..วันแล้ววันเล่าที่ฉันนั่งมองนังเตี้ยคุ้ยเขี่ยหาอาหารอยู่ตัวเดียว&lt;br /&gt;ด้วยความสงสาร ฉันหาไก่เตี้ยตัวผู้มาให้&lt;br /&gt;แต่นังเตี้ยไม่เคยเหมือนเดิมอีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้ว่ามันไม่มีความสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่ตัวผู้ขึ้นขี่ นังเตี้ยจะร้องลั่น&lt;br /&gt;และตัวผู้ก็ขึ้นขี่มันบ่อยจนเหมือนจิกอาหารสองสามครั้งขึ้นขี่ครั้ง&lt;br /&gt;เสียงนังเตี้ยร้องลั่นอยู่เป็นระยะ&lt;br /&gt;ค่ำคืนมันเกาะคอนเดียวกันแต่ห่างกันไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นเป็นชีวิตคู่เช่นไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพความสุขของครอบครัวไอ้เตี้ยเหลือเพียงความทรงจำ&lt;br /&gt;ฉันไม่อาจสร้างมันขึ้นมาใหม่ ไม่อาจคาดหวังให้เป็นไปดังต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจบางที..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสุข..คืนวันที่ดี..คงเป็นเช่นสายลมชนิดหนึ่ง&lt;br /&gt;ซึ่งพัดผ่านชีวิตเราเป็นระยะ..เป็นสายลมที่ไม่เคยพัดหวน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่อาจทนดูอีกต่อไป&lt;br /&gt;จึงเอ่ยปากให้ไก่ทั้งคู่กับพวกเด็ก ๆ&lt;br /&gt;ทั้งที่รู้ดีว่าปลายทางของพวกมันเป็นเช่นไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;Picture : www.pbase.com&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-6989093999476198300?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/6989093999476198300/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=6989093999476198300' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/6989093999476198300'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/6989093999476198300'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_7554.html' title='ไอ้เตี้ย'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-213325397160740945</id><published>2007-10-15T22:11:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T22:11:03.488-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>ปฏิเสธ!</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/07/treeshadow-m.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;ทำไม&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;ไม่ปฏิเสธพวกมัน?” ผู้เฒ่าถามเสียงเครือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอ่อ…” ฉันอึ้งไม่อาจหาถ้อยคำใดที่ตรงกับใจ เสียงผู้เฒ่าถามซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็..เอ่อ..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะให้ปฏิเสธอย่างไร มองหาเหตุผลไม่เจอสักอย่าง&lt;br /&gt;ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของคนละแวกนี้เสียซ้ำ&lt;br /&gt;พวกเขาแค่บอกก่อนตามมรรยาท ปฏิเสธก็เหมือนไร้น้ำใจ&lt;br /&gt;ไร้เหตุผล…อีกอย่างผู้เฒ่าก็เติบต้นบนคันดินแนวแบ่งที่กับ&lt;br /&gt;ลุงเพิ่ม พวกเขาเป็นเพื่อนลุงเพิ่ม ไม่รู้สิ…ไม่รู้จะบอกอย่างไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันอธิบายเสียยืดยาวเพราะไม่รู้จะบอกให้รวบรัดได้อย่างไรจริง ๆ&lt;br /&gt;มองลำต้นผู้เฒ่ายามนี้ยิ่งสะทกสะท้อนใจ&lt;br /&gt;ฉันควรปฏิเสธพวกเขา…แต่เหตุผลล่ะ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกเขามากันสองคน หนึ่งหนุ่มหนึ่งชราในมือถือมีดกรีดยางคนละเล่ม&lt;br /&gt;บอกว่ามาจากผาสุข (ตำบลข้างเคียง) เป็นเพื่อนกับลุงเพิ่ม&lt;br /&gt;จะมาขอน้ำยางต้นโพธิ์ทะเลเพราะเห็นเป็นต้นใหญ่สุดในละแวกนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเข้าใจว่าวิธีกรีดคงจะเหมือนกรีดยาง คือกรีดที่ลำต้นแล้วใช้ภาชนะ&lt;br /&gt;รองรับน้ำยาง ฉับบอก “ตามสบาย”&lt;br /&gt;จากนั้นก้มหน้าเขียนหนังสือต่อ ปล่อยให้สองคนจัดการธุระของตน&lt;br /&gt;เงียบเสียงไปสักพักได้ยินคนหนุ่มร้องว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีรังนกเขา!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันสะดุ้ง!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หวังว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรพวกมัน&lt;br /&gt;ครอบครัวนกเขาอยู่กับฉันมานาน&lt;br /&gt;เราผ่านลมผ่านฝนมาด้วยกันจนเป็นเหมือนเพื่อนบ้าน&lt;br /&gt;ยามเช้าพวกมันส่งเสียงขันปลุกฉันจากโลกฝัน&lt;br /&gt;สาย ๆ ลงมาจิกกินแมลงในดงหญ้า&lt;br /&gt;พวกมันสอนให้ฉันรู้จักชีวิตคู่ที่สวยงาม&lt;br /&gt;ทั้งคู่หากินด้วยกัน อยู่ข้าง ๆ กันตลอดเวลา…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีเสียงตอบจากคนชรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนทั้งสองเงียบไปพักใหญ่ ฉันได้ยินเสียงปีนต้นไม้&lt;br /&gt;แต่หาได้คิดออกไปดูด้วยจิตใจจดจ่ออยู่กับตัวอักษรตรงหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนทั้งคู่กลับมาส่งยิ้มให้ฉันในมือชูก้อนกลม ๆ เล็ก ๆ สีขาวหม่น&lt;br /&gt;“ขอบใจมากได้แล้ว” คนชรากล่าว&lt;br /&gt;ฉันกวาดตามองให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้เอาเจ้าเพื่อนบ้านของฉันไปด้วย เอ่ยถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ทราบเอายางไปทำอะไร?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนชรากล่าวตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาไปดักนก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาไปดักนก! ฉันตกตะลึงพร้อมความสงสัยใคร่รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก้อนยางกลม ๆ เอาไปดักนกได้อย่างไร?” ฉันถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนหนุ่มไม่ค่อยพูดจาคนชราดูจะเป็นคนช่างคุย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอายางไปพันกิ่งไม้แล้วเอานกต่อไปยืนล่อ สักพักนก&lt;br /&gt;มันจะบินลงมาเกาะ ยางก็จะติดตีนบินหนีไม่ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เหนียวอย่างนั้นเลยหรือ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วลุงเอายางออกอย่างไร?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ล้างน้ำ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันพยักหน้าส่งยิ้ม แต่ในใจสะดุ้งผวา&lt;br /&gt;นี่ฉันกลายเป็นแนวร่วมทำลายนกในธรรมชาติไปแล้วหรือไร!&lt;br /&gt;ทั้งสองขอบใจแล้วกล่าวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรีบลุกออกมาหลังกระท่อม เห็นผู้เฒ่าแล้วยิ่งสะดุ้งยิ่งผวา!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั่วทั้งลำต้นกิ่งก้านผู้เฒ่าถูกกรีดเป็นรอยแผลเหวอะหวะ&lt;br /&gt;ขอบแผลปลิอ้าเห็นเนื้อไม้มีน้ำยางขาวเกรอะกรังราวคราบเลือดคราบน้ำตาผู้เฒ่า&lt;br /&gt;ฉันสำนึกผิดซ้ำสอง…หากผู้เฒ่ารู้ว่าพวกเขาเอาน้ำยางของแกไปดักนก&lt;br /&gt;แกต้อง…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันหลุบตาไม่อยากเห็นรอยแผลสด ๆ เหล่านั้น&lt;br /&gt;ก้มหน้าจะกลับเข้ากระท่อม แว่วเสียงผู้เฒ่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ก็ต้องหัดปฏิเสธไว้บ้าง!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันชะงักหันกลับ ถามด้วยเสียงแผ่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รู้ใช่ไหมว่าพวกเขาเอาน้ำยางไปทำอะไร?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รู้!..นั่นล่ะที่เสียใจ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันพยักหน้าเดินกลับเข้ากระท่อม&lt;br /&gt;สักวันหากพวกเขาย้อนมาอีกฉันจะปฏิเสธ&lt;br /&gt;ปฏิเสธด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่มี&lt;br /&gt;ทั้งรู้ว่าในสายตาของพวกเขาจะไม่สมเหตุสมผลก็ตามที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;Picture : www.ics.uci.edu&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-213325397160740945?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/213325397160740945/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=213325397160740945' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/213325397160740945'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/213325397160740945'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_9545.html' title='ปฏิเสธ!'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-9137417719828442638</id><published>2007-10-15T22:00:00.002-07:00</published><updated>2007-10-15T22:00:44.110-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>รั้วกระถิน</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/06/image001.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;แรก ๆ&lt;/em&gt;&lt;/span&gt; แนวรั้วริมคูน้ำมีกระถินอยู่ไม่กี่ต้น&lt;br /&gt;ผ่านฝนไม่กี่ฤดูตลอดแนวคูเต็มไปด้วยต้นกระถิน&lt;br /&gt;ฉันได้อาศัยเด็ดยอดกินกับน้ำพริก&lt;br /&gt;เด็ดฝักอ่อนฝักแก่กินกับแกงส้มแกงไตปลา&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;เริ่มแรกจากไม่รู้สารู้ความ&lt;br /&gt;เดินเข้าไปก็มองเมียงหายอดอ่อนที่หมายตา&lt;br /&gt;หารู้ไหมว่าใกล้ ๆ มีรังมดแดง&lt;br /&gt;โดนมดแดงรุมกัดเข้าหลายครั้งจึงได้รู้จักระมัดระวัง&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;ระวังกระทั่งบนพื้นโคนต้น!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;เป็นธรรมดาที่เราเพ่งความสนใจไปยังเป้าหมาย&lt;br /&gt;เมื่อมองหายอดกระถินสายตาย่อมจับจ้องปลายยอดที่ไหวอยู่ไปมา&lt;br /&gt;แต่ธรรมชาติก็ได้สอนให้รู้ว่าการหมายตาเบื้องบน&lt;br /&gt;ยังต้องก้มมองเบื้องล่างก่อนก้าวเท้าเข้าไป&lt;br /&gt;ไม่เช่นนั้นอาจย่ำถูกสัตว์อื่นที่พวกเขาก็มีอาวุธป้องกันตัว&lt;br /&gt;อย่างเบาะ ๆ อาจเป็นมดแดง อย่างร้ายแรงอาจเป็นงู!&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;ฉันคุ้นเคยอยู่กับชีวิตที่มีการทำร้ายก็จากมนุษย์ด้วยกัน&lt;br /&gt;ฉันถูกฝึกอีกครั้งจากธรรมชาติ&lt;br /&gt;ให้รับรู้ว่าสรรพสัตว์ล้วนมีสัญชาตญาณป้องกันตัว&lt;br /&gt;เรียนรู้ที่จะระมัดระวังอยู่ร่วมกันอย่างไม่กระทบกระทั่งกัน&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;ไม่ใช่การสอน เป็นการฝึก!&lt;br /&gt;ฝึกจากประสบการณ์จริง!&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่เด็ดกระถินจึงเหมือนการฝึกฝนวิธีดำรงอยู่ด้วยความระมัดระวัง&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;ฝนชุ่มฟ้าแต่ต้นฤดูเที่ยวนี้&lt;br /&gt;กระถินแตกยอดอ่อนกันสลอน&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;วันนั้นฉันหมายใจจะเด็ดมากินกับน้ำพริกสักกำมือ&lt;br /&gt;มองไปแต่ไกลเห็นลุงเพิ่มเงื้อมีดพร้าฟันฉับ! ฉับ!&lt;br /&gt;ฉันใจหายวาบ!&lt;br /&gt;กระถินดกงามขอบคันคูถูกฟันเหลือแต่ตอ!&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;ลุงเพิ่มจะเอาไม้ไปทำอะไรสักอย่างอีกเป็นแน่&lt;br /&gt;ต้นกระถินขึ้นตรงตัดแล้วได้ท่อนไม้เล็ก ๆ เรียวงาม&lt;br /&gt;ลำต้นกระถินสามารถนำไปใช้ทำอะไรต่อมิอะไรได้สารพัด&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;ฉันรู้สึกขัดตาขัดใจขึ้นมาฉับพลัน&lt;br /&gt;ต้องใช้เวลาหลายฝนกว่าจะได้แนวกระถินนั่น&lt;br /&gt;ลุงเพิ่มฟันไม่กี่ฉับ แหล่งอาหารของฉันหายวับไปกับตา&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;ฉันรีบจ้ำไปที่ลุงเพิ่มก่อนแกจะฟันจนไม่เหลือสักต้น&lt;br /&gt;ร้องขึ้นว่า&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;“ลุง! กระถินงาม ๆ ลุงตัดเสียทำไม?”&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;“มันแห้งเหลือแต่ใบแก่ ตัดเสียมันจะได้แตกยอดใหม่&lt;br /&gt;ฝนชุก ๆ อย่างนี้ไม่นานก็ได้กินยอดอ่อน”&lt;br /&gt;.&lt;br /&gt;จริงอย่างลุงว่า…&lt;br /&gt;อีกแค่สองสามวันต่อมา&lt;br /&gt;ตอกระถินก็มียอดอ่อนเขียวสดยื่นออกมาส่งยิ้มกันสลอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;Picture : www.garden2u.com&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-9137417719828442638?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/9137417719828442638/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=9137417719828442638' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/9137417719828442638'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/9137417719828442638'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_1529.html' title='รั้วกระถิน'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-4490738492009778696</id><published>2007-10-15T21:57:00.002-07:00</published><updated>2007-10-15T21:57:40.263-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>เรียนรู้</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/05/image002.gif" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;สายฝน&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;เรียงเม็ดหล่นมาติดกันเจ็ดวันแล้ว ปีนี้ฝนฉ่ำฟ้าแต่ต้นฤดู ตกพรำไม่เว้นว่าย่ำรุ่งหรือดึกดื่น หมู่เมฆครึ้มคลุมผืนฟ้าแต่เช้ายันคืนค่ำ ดินด่ำน้ำนอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตกค่ำเสียงกบเขียดร้องหาคู่ระงมทุ่ง แสงไฟฉายของเหล่านักล่าวับวิบอยู่ไกล ๆ ย่ำเช้าลุงจิตน้าเทืองคว้าแหเดินลัดเลาะคูคันนามองหาแหล่งปลาชุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝนเพิ่งขาดเม็ด ท้องฟ้ายังคงชอุ่มละอองฝนคลุ้มครึ้มราวพร้อมจะสะอื้นไห้อีกครา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โพธิ์ทะเลเฒ่ายามนี้แตกใบเขียวเต็มต้น ยิ่งได้น้ำฝนหล่นร่วงมา ผู้เฒ่ายิ่งผลิใบอ่อนระดะไป เหล่านกกน้อยใหญ่พากันมาอาศัยใบบัง เสียงร้องจิ๊บจิ๊บดังอยู่ระงมต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงเพิ่มเดินถือกรงนกตรงมาใต้ร่มโพธิ์ทะเล แกร้องเรียกทักทาย ฉันขานรับชักชวนให้ดื่มชาด้วยกัน ลุงบอก “ไม่ล่ะ จะรีบไปดูเบ็ดที่ธงไว้เมื่อคืน” จากนั้นแขวนกรงนกไว้บนกิ่งก้านผู้เฒ่าแล้วจากไปเดือนก่อนผู้เฒ่าผลัดใบทิ้งจนเหลือแต่ก้านกิ่งแคระแกร็น เหล่านกที่เคยอาศัยร่มเงาต่างหนีหายหน้า เวลานี้พากันกระโดดแผล็วอยู่ไปมาพวกเพื่อนนกเข้ามาเกี่ยวพันกับชีวิตฉันโดยที่เราต่างไม่ได้ตั้งใจ พวกมันช่วยปลุกฉันยามอรุณรำไรขอบฟ้า บ่อยเช้าที่ฉันลืมตาแล้วนอนฟังเสียงร้องสดใสหลากสำเนียงของพวกมันอยู่อีกเป็นครู่กว่าจะลุกออกจากมุ้ง สาย ๆ จึงค่อยเงียบลง ได้ยินเสียงอีกทีตอนบ่ายและย่ำค่ำฉันคุ้นเคยจนรับรู้บางสัญญาณเสียงของพวกมัน หากได้ยินเสียงร้องที่แหบห้าวถี่กระชั้น นั่นเป็นเสียงเตือนให้รู้กันว่า งู กำลังเลื้อยมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลานกชุมเช่นนี้พวกเด็ก ๆ จะชอบคว้าหนังสติ๊กย่องเข้ามาใต้เงาโพธิ์ทะเล ฉันจะคอยบอกไม่ให้มาล่านกละแวกนี้ นั่นเป็นสิ่งที่พอจะแลกเปลี่ยนกันกับเสียงร้องที่ฉันได้รับต่างเสียงดนตรีอยู่ทุกวี่วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ฉันก็ทำได้แค่นั้น !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มองไปบนกิ่งโพธิ์ทะเลเฒ่า นกหนุ่มตัวหนึ่งกระโดดแผล็วมาตามเสียงร้องของเจ้านกสาว มันโผไปมาอยู่สักพัก ค่อยขยับใกล้เข้าเรื่อย ๆ นกสาวส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว&lt;br /&gt;เจ้านกหนุ่มร้องโต้ตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันได้แต่นั่งมองด้วยความเป็นห่วง ฉันเคยพยายามขวางกั้นความรักของพวกมันแต่หาได้สำเร็จ&lt;br /&gt;ด้วยเพลิงพิศวาสนั้นคงจะรุนแรงนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงยามนี้ทำได้แต่นั่งมอง เห็นอยู่ว่าช่วงเวลาแห่งการหยอกเย้าเคล้าคู่นั้นช่างสวยงามนัก ความเริงโรจน์ในอาการขยับปีกส่งเสียงร้องของเจ้านกหนุ่มชวนฉันพลอยเคลิ้มใจกับอารมณ์รักของมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันอยากบอกให้มันระมัดระวังอย่าเผลอไผลเห็นเพศตรงข้ามก็หวังมอบใจ ไยไม่รอดูไปให้เนิ่นนาน เฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็นั่นล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจเสี่ยงกับเจ้านกสาวจะปันใจให้นกหนุ่มตัวอื่นที่เข้ามาใกล้ นั่นล้วนเป็นเรื่องจะต้องเรียนรู้ จนกว่าจะรู้ว่าห่างเท่าใดจึงจะพอดี นานเพียงไรจึงจะไม่นานเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่อาจบอก ไม่อาจพูด เพราะรู้ดีว่าบอกไปเจ้านกหนุ่มก็คงไม่รับฟัง ยามนี้นกสาวกำลังส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ตรงหน้า จะมีอะไรน่าฟังไปกว่าเสียงร้องนั่นอีกเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงเพิ่มหิ้วปลาช่อนติดมือกลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาไว้แกงส้มสักตัวสิ” แกตั้งท่าจะปลดปลาให้ฉัน ฉันรีบขอบใจแล้วปฏิเสธไป ด้วยความที่ในชีวิตเกิดมาไม่เคยทำปลา ลุงเพิ่มคะยั้นคะยอ เมื่อฉันไม่ยอมเอาแกก็ไม่ได้ว่าอะไรเดินไปปลดกรงนกลงจากกิ่งโพธิ์ทะเลแล้วฉีกยิ้มด้วยความยินดี เดินหิ้วปลามือ หิ้วกรงนกมือจากไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันมองตาม…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้านกหนุ่มตื่นตกใจกระพือปีกโผไปมาอยู่ในกรง&lt;br /&gt;มันคงได้เรียนรู้&lt;br /&gt;แต่จะมีประโยชน์ใดชีวิตที่เหลือของมันแตกต่างไปแล้วโดยสิ้นเชิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;br /&gt;Picture : www.seub.ksc.net&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-4490738492009778696?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/4490738492009778696/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=4490738492009778696' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/4490738492009778696'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/4490738492009778696'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_3316.html' title='เรียนรู้'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-7999089919698682007</id><published>2007-10-15T21:45:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T21:45:05.829-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>เทวดาบนฟ้า</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/04/sciencecmuacths.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;วัยเยาว์&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;ฉันเชื่อเรื่องเทวดา&lt;br /&gt;เชื่อว่ามีเทวดาบนฟ้าคอยจับตาดูเราอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;ทุกการกระทำแม้นไม่มีมนุษย์คนใดพบเห็น&lt;br /&gt;ก็ยังมีเทวดารับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่กล้าทำบาป ทำผิด เพราะกลัวเทวดาจะเห็นว่าฉันเป็นคนไม่ดี&lt;br /&gt;บ่อยครั้งเจอลูกนกตัวอ่อนบาดเจ็บ ฉันเก็บมารักษา&lt;br /&gt;หลายครั้งพบแมลงตัวเล็ก ๆ ตกน้ำ&lt;br /&gt;ฉันนั่งลงหาไม้แหย่ให้มันเกาะ ช่วยมันรอดพ้นจากความตาย&lt;br /&gt;ฉันแหงนมองท้องฟ้า รำพึงในใจบอกเทวดาว่า “ฉันทำความดีแล้วนะ!”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันในวันนี้กลับต่างจากช่วงเวลาอรุณแห่งวัยราวดำกับขาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คล้อยบ่าย&lt;br /&gt;เงากระท่อมทอดยาวไปยังขอบบ่อ&lt;br /&gt;ฉันพักจากงานกลางแจ้ง&lt;br /&gt;ปูเสื่อในร่มเงานั่งจิบกาแฟ&lt;br /&gt;ปล่อยสายตาออกไปเดินเล่นตามแต่ใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมู่เมฆฤดูร้อนลอยอ้อยอิ่งบนฟ้าโปร่ง&lt;br /&gt;สายลมบ่ายกระหวัดไอผ่าวพัดผ่านมา&lt;br /&gt;ริ้วระลอกคลื่นน้ำพลิ้วไล่กันเข้าสู่ฝั่ง&lt;br /&gt;เห็นฝูงปลาว่ายอยู่ไหวไหว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกมันกำลังไล่ตอดปลาน้อยตัวหนึ่ง&lt;br /&gt;คงเป็นปลาที่ป่วยหมดสิ้นเรียวแรงจะหนีหรือป้องกันตัว&lt;br /&gt;ปลาน้อยตัวนั้นพยายามสะบัด ขณะปลาที่เหลือร่วมสิบกว่าตัวรุมกันตอด&lt;br /&gt;หลายครั้งดูเหมือนเจ้าปลาน้อยจะหมดแรงลอยหงายท้องขึ้น&lt;br /&gt;แต่เมื่อโดนตอดซ้ำ มันสะบัดพลิกตัวกลับ&lt;br /&gt;มีปลาตัวใหญ่เฝ้าตอดอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลาน้อยถูกห้อมล้อมไล่ต้อนไปเรื่อย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะนั่งดู…&lt;br /&gt;คลื่นน้ำในใจกระเพื่อมเป็นระลอกคำถาม&lt;br /&gt;ฉันควรจะช่วยเหลือเจ้าปลาน้อยตัวนั้นไหม?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นความจริงที่ยากจะยอมรับว่าชีวิตคือความโหดร้าย&lt;br /&gt;‘ชีวิต’ ถูกกำหนดให้ดำรงอยู่ด้วยการบริโภค ‘ชีวิต’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกค่ำคืนตอนที่ฉันนั่งเขียนหนังสือ&lt;br /&gt;เหล่าแมลงมาเล่นแสงจากโคมไฟถูกกองทัพจิ้งจกรุมฆาตกรรมบริโภค&lt;br /&gt;ฉันนั่งมองฆาตกรรมทุกวี่วันจนเคยชิน&lt;br /&gt;ยามเห็นแมลงเหล่านั้นเกาะโคมไฟ ฉันได้แต่บอกพวกมันว่า&lt;br /&gt;จงมีความสุขกับแสงไฟที่เจ้าหลงใหลเสียเถิด&lt;br /&gt;อีกไม่กี่วินาทีเจ้าก็จะจากโลกนี้ไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มนุษย์เราบริโภคเนื้อสัตว์&lt;br /&gt;ขณะที่ขบฟันบดเคี้ยวเนื้อเยื่อของสัตว์เหล่านั้น&lt;br /&gt;ไม่ต่างอะไรกับฆ่าด้วยมือตัวเอง เพียงเราไม่ได้ลงมือก็เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตหนึ่งจะเติบโตขึ้นได้ หรือรักษาชีวิตอยู่ได้&lt;br /&gt;ต้องอาศัยความตายของอีกชีวิตหนึ่ง และอีกชีวิตหนึ่ง ไปเรื่อย ๆ&lt;br /&gt;จนกว่าจะถึงคราวของตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจริงเช่นนี้มีมาพร้อมการกำเนิดเกิดขึ้นของ ‘ชีวิต’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้สึกผิดที่ไม่ช่วยเจ้าปลาน้อยน่าสงสารตัวนั้น&lt;br /&gt;ฉันเลือกที่จะนั่งดู&lt;br /&gt;ปล่อยให้เรื่องราวชีวิตดำเนินไปโดยไม่ยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจเป็นไปได้ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันในวัยนี้หยาบกระด้างเกินไป&lt;br /&gt;หรือไม่ก็เคยชินกับความตายจนเห็นเป็นเรื่องปกติ&lt;br /&gt;ไม่ก็เพราะฉันในห้วงยามนี้ตระหนักแล้วว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บนฟ้าหาได้มีเทวดามาคอยรับรู้ว่าฉันทำความดี!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าปลาน้อยคงอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ โดนไล่จนเข้าใกล้ฝั่ง&lt;br /&gt;เมื่อโดนปลาใหญ่ตอดอีกทีมันลอยหงายท้องไม่ขยับเขยื้อน&lt;br /&gt;พวกปลาที่เหลือพากันรุมตอด ร่างเจ้าปลาน้อยกระดอนไปมาตามแรงตอดจากรอบข้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นกกระยางตัวหนึ่ง&lt;br /&gt;จิกปากแหลมคมลง&lt;br /&gt;คาบเจ้าปลาตัวใหญ่บินจากไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-7999089919698682007?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/7999089919698682007/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=7999089919698682007' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/7999089919698682007'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/7999089919698682007'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_7727.html' title='เทวดาบนฟ้า'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-4948984951031083922</id><published>2007-10-15T21:39:00.001-07:00</published><updated>2007-10-15T21:39:35.886-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>ภาพชีวิต</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/04/countryroad.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;ยามบ่าย&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;ระเบียงร้อนด้วยไอแดด&lt;br /&gt;ฉันหอบเสื่อ กาน้ำชา แก้ว หนังสือ หมอน&lt;br /&gt;มาปูบนพื้นหญ้าใต้ชายคากระท่อม&lt;br /&gt;ยิ่งคล้อยบ่าย ร่มเงาใต้ชายคายิ่งกว้างออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายลมพัดเอื่อยเย็นสบาย&lt;br /&gt;นกกาน้ำดำผุดดำว่าย&lt;br /&gt;เล่นเกมไล่ล่าที่ตัดสินกันด้วยชีวิตกับฝูงปลานิลในบ่อ&lt;br /&gt;สักพักก็โผขึ้นไปเกาะเสา กางปีกตากแดด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สงสัยพักเหนื่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเช่นนี้ก็ดีสินะ&lt;br /&gt;ออกกำลังกายไปด้วย&lt;br /&gt;ทำงานหากินไปด้วย อาบแดดไปด้วย&lt;br /&gt;ดูท่าจะมีความสุขหยอกเสียเมื่อไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันก้มหน้าอ่านหนังสือ&lt;br /&gt;สักครู่ได้ยินเสียงจ๋อม! ฉันเงยหน้ามอง&lt;br /&gt;เจ้ากาน้ำโผกลับลงไปดำผุดดำว่ายต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไกลออกไป…&lt;br /&gt;ลุงสร้อยกับป้าตุ่นกำลังวางปู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามขอบบ่อคันนาปูเปี้ยวชอบเจาะรูสร้างที่อยู่อาศัย&lt;br /&gt;เมื่อก่อนการจะจับปูต้องใช้ทักษะความชำนาญ&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้มีการผลิตกระป๋องล่อเหยื่อให้ปูเข้าไปจับเหยื่อ&lt;br /&gt;จากนั้นปากกระป๋องก็จะดีดปิดลง เจ้าปูเป็นอันเสร็จ&lt;br /&gt;การดักปูเปี้ยวจึงเป็นงานที่ทำได้ทั่วไป&lt;br /&gt;แค่เอากระป๋องเหยื่อมาวางไว้ที่ปากรู&lt;br /&gt;แล้วทิ้งไว้สักพักค่อยกลับมาเก็บ&lt;br /&gt;ไม่ต้องเดินจับด้วยมืออย่างแต่ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงสร้อยเตรียมกระป๋อง&lt;br /&gt;ป้าตุ่นเป็นคนวาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันวางหนังสือลง&lt;br /&gt;นั่งมองคนทั้งสอง&lt;br /&gt;ทั้งสองสูงวัยแต่ร่างกายยังแข็งแรงเดินเหินแคล่วคล่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งมองคนทั้งคู่แล้วต้องอมยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่างน่าอิจฉานัก&lt;br /&gt;สามีภรรยาช่วยกันทำงาน&lt;br /&gt;เห็นหน้ากันตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยู่กับแดดกับลม&lt;br /&gt;ไม่ต้องวุ่นวายกับเล่ห์เหลี่ยมกลโกงในสังคมคน&lt;br /&gt;ทั้งร่างกายก็แข็งแรงทนฟ้าทนฝน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลางวันวางกระป๋องเสร็จลุงสร้อยก็คว้าจักรยาน&lt;br /&gt;ป้าตุ่นคว้าเอวนั่งซ้อนท้าย กลับบ้านไปกินข้าว&lt;br /&gt;บ่าย ๆ จึงออกมาเก็บกระป๋องแล้ววางรอบเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตเช่นนี้ไม่ใช่หรือที่ฉันปรารถนา&lt;br /&gt;ทำมาหากินง่าย ๆ&lt;br /&gt;มีเวลาอยู่กับคนที่เรารัก&lt;br /&gt;เก็บเล็กผสมน้อยห่างไกลแรงโลภโมโทสัน&lt;br /&gt;กินแค่พออิ่ม เก็บแค่พอใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันยิ้มเพราะรับรู้ว่าชีวิตพอเพียง&lt;br /&gt;มีอยู่แล้วในชีวิตประจำวันนี่เอง&lt;br /&gt;มีอยู่ทั่วไปในชนบท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้ากาน้ำโผขึ้นมาอาบแดดอีกครั้ง&lt;br /&gt;ฉันก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ&lt;br /&gt;สักพักลุงสร้อยป้าตุ่นเดินมาที่กระท่อม&lt;br /&gt;คงวางปูเสร็จแล้วเตรียมกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเงยหน้าขึ้นยิ้มทักทาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“น่าอิจฉาจริงนะสองคนคุยกันทั้งวัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิจฉาอะไร คุยกันจนไม่รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไรแล้ว” ป้าตุ่นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาน้ำสักหน่อยไหม?” ฉันตั้งท่าจะลุกไปรินน้ำเย็นให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรไม่ต้องหรอก นั่งพักสักเดี๋ยวก็จะกลับบ้านแล้ว” ลุงสร้อยควักใบจากซองยาสูบขึ้นมานั่งมวน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดีนะงานกลางแจ้งอย่างนี้ทำให้ร่างกายแข็งแรง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอ๊ยดีที่ตรงไหน เลอะดินเปรอะโคลนตากแดดตัวดำลำบากตรากตรำละไม่ว่า” ป้าตุ่นค้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เบี้ยก็ได้น้อย” ลุงสร้อยจุดยาสูบ มวนยาแดงวาบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“น้อยที่ไหนได้แน่ ๆ อย่างน้อยวันละสองร้อยรู้นา” ฉันแกล้งหยอก&lt;br /&gt;ทั้งสองยิ้ม “เดี๋ยวว่าง ๆ จะลองวางบ้าง” ฉันว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอ๊ยอย่ามาทำเลยอายเค้า อยู่อย่างนี้ล่ะดีแล้ว” ป้าตุ่นพับกระสอบที่ใช้ใส่กระป๋องดักปู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กลัวแย่งปูหมดใช่ไหม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ม่ายหรอก…งานมันต่ำอย่ามาทำเลย” ลุงสร้อยพ่นควันแล้วพูดต่อ “เราก็แค่หากินไปวัน ๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เงากระท่อมทอดยาวตามตะวันที่คล้อยต่ำลง&lt;br /&gt;ฉันมองคนทั้งสองปั่นจักรยานไปบนถนนดินในเงาแสงยามเย็น&lt;br /&gt;จักรยานรึก็ไม่ต้องเต็มน้ำมัน&lt;br /&gt;คนทั้งสองปลูกพืชผักสวนครัวรับประทาน&lt;br /&gt;วัน ๆ แทบไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;br /&gt;หาได้มาเท่าไรก็เก็บเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งสองลับตาไปแล้ว&lt;br /&gt;ขณะที่ฉันอิจฉาชีวิตเขาทั้งสอง&lt;br /&gt;ทั้งคู่จะเคยคิดอิจฉาตัวเองบ้างมั้ยนะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงดังจ๊อม!&lt;br /&gt;ฉันหันไปดู&lt;br /&gt;เจ้ากาน้ำยังคงดำผุดดำว่ายไม่ยอมกลับรัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;…….&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-4948984951031083922?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/4948984951031083922/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=4948984951031083922' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/4948984951031083922'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/4948984951031083922'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_8826.html' title='ภาพชีวิต'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-1185805728798867442</id><published>2007-10-15T21:35:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T21:35:20.451-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>ผลัดใบ</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/03/fallsky.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;ฝน&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;สั่งฟ้าไปนานแล้ว&lt;br /&gt;หน้าแล้งกรายมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แดดจ้า ลมจัด&lt;br /&gt;หมู่เมฆฤดูร้อนลอยอ้อยอิ่งอยู่บนฟ้าคราม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โพธิ์ทะเลเฒ่าปลิดใบจนเหลือแต่กิ่งก้านโกร๋นแกร็น&lt;br /&gt;ระเบียงที่ฉันเคยอาศัยร่มเงานั่งห้อยขาเขียนโน่นเขียนนี่ยามบ่าย&lt;br /&gt;บัดนี้มีเปลวแดดแผดผ่านลงมายึดครอง&lt;br /&gt;ฉันได้แต่ถือแก้วกาแฟหลบในกระท่อม&lt;br /&gt;มองค้อนผู้เฒ่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แทบเป็นคนละต้นกับเมื่อเดือนก่อนที่ใบเขียวสะพรั่งโบกสะบัดเต็มต้น&lt;br /&gt;แน่นหนาจนไอแดดไม่อาจเล็ดลอดผ่านลงมา&lt;br /&gt;เหล่านกกาได้บินมาอาศัยเกาะกิ่งก้านหากิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันแหงนมอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีแต่ใบเหลืองกรอบติดก้านหรอมแหรม&lt;br /&gt;ลมพัดมาทีส่ายสะบัดจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่&lt;br /&gt;กิ่งแห้งแกร็นเหมือนตายซาก&lt;br /&gt;หากไม่เป็นเพราะเราคุ้นเคยกันมานาน&lt;br /&gt;ต้องคิดว่าเฒ่าโพธิ์ทะเลกำลังจะละสังขาร&lt;br /&gt;แต่ฉันรู้จักผู้เฒ่าดี เราผ่านวันเวลามาด้วยกันหลายร้อนหลายหนาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เฒ่ารู้ว่าหน้าแล้งมาเยือน&lt;br /&gt;แกจะผลัดใบจนแห้งโกร๋นไม่สนใจใคร&lt;br /&gt;กระทั่งลมฝนผ่านมาครั้งใหม่&lt;br /&gt;จึงได้ผลิช่อใบเขียวชอุ่มอีกครา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยไม่สนใจว่าฉันจะไม่มีร่มเงายามบ่ายให้นั่งอ่านหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำอย่างนี้พวกนกกาที่มาอาศัยก็หายหมดน่ะสิ” ฉันเคยกังขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะไปสนใจทำไมพวกนั้นก็แค่มาหากิน มีร่มเงาสมบูรณ์ มีเหยื่อมากก็กรูกันมา&lt;br /&gt;วันนี้ไม่มีเหยื่อก็ไม่มา” ผู้เฒ่าเสียงแหบแห้งเหมือนกระหายน้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พูดเหมือนน้อยใจ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นกกระจิบยังอยู่” ผู้เฒ่าเอ่ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่สิ! ก็รังมันอยู่นี่นี่นา” ครอบครัวนกกระจิบอาศัยบนโพธิ์ทะเลเฒ่ามาตั้งแต่ยังมีใบเขียวครึ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อืมม์… มันเกิดที่นี่มันไม่ทิ้งไปหรอก” ผู้เฒ่าขยับกิ่งคล้ายเกียจคร้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โพธิ์ทะเลหนุ่ม ๆ ทางคันนาโน้นไม่เห็นเขาจะต้องผลัดใบอย่างนี้เลย” ฉันตั้งข้อสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พวกมันยังหนุ่มยังต้องเรียนรู้อีกมาก” ผู้เฒ่าตอบเสียงราบเรียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แสดงว่าสักวันเมื่อได้เรียนรู้พวกเขาก็ต้องผลัดใบงั้นสิ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อืมม์…” ผู้เฒ่าส่งเสียงในลำคอ เงียบไปสักครู่เห็นฉันไม่ไต่ถาม ผู้เฒ่ากล่าวต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ธรรมชาติสอนให้เราปรับเปลี่ยนหมุนเวียนสัมพันธ์สอดคล้องกับสรรพสิ่งรอบกาย&lt;br /&gt;ผู้ขัดขืนฝืนต้านมีแต่ทำลายตัวเอง ที่สุดแล้วล้วนพังพินาศ เราล้วนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่ระเบียงร้อนออกอย่างนี้…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ปรับตัวเสียบ้าง” ผู้เฒ่าขัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันได้แต่มองค้อน&lt;br /&gt;ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;picture : hwm8.gyao.ne.jp&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-1185805728798867442?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/1185805728798867442/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=1185805728798867442' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/1185805728798867442'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/1185805728798867442'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_2738.html' title='ผลัดใบ'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-3584225061375871845</id><published>2007-10-15T21:32:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T21:32:13.646-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>ว่าวตัวแรกบนท้องฟ้า</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/03/play07.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;น้ำ&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;เดือดแล้ว!&lt;br /&gt;ฉันตักกาแฟช้อน น้ำตาลทรายแดงช้อน&lt;br /&gt;รินน้ำร้อนตามลงไปในแก้วใบจิ๋ว ใช้ช้อนคน&lt;br /&gt;เสียงสดใสของช้อนกระทบแก้วเคลือบดินเผา&lt;br /&gt;เรียกความรู้สึกแจ่มใสกลับคืนจากยามบ่ายที่งัวเงีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันถือแก้วเดินออกมาที่ระเบียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คู่นกเขาเพื่อนบ้านโผลงมาจิกกินอะไรบางอย่างบนพื้นดิน&lt;br /&gt;ทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านที่น่ารักปลุกฉันทุกเช้าด้วยเสียงร้องรับกันไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลมเย็นจัดพัดรุนแรงมาแต่ปลายปีที่แล้ว&lt;br /&gt;พัดแรงข้ามปีจนล่วงเข้าเดือนกุมภาฯ จึงค่อย ๆ สงบลง&lt;br /&gt;คล้ายเป็นสัญญาณบอกว่าวันเวลารุนแรงร้ายกาจของธรรมชาติได้ผ่านไปอีกรอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แทบไม่น่าเชื่อ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันผ่านมาได้อย่างไรกัน?&lt;br /&gt;พายุลมที่แรงจัด พัดแต่ละครั้งกระท่อมโยกไปมาจะล้มแหล่มิล้มแหล่&lt;br /&gt;หลายครั้งมาตอนค่ำคืนดึกดื่น&lt;br /&gt;ฉันต้องรีบมุดออกจากมุ้งลงไปนั่งหลบลมด้วยเกรงกระท่อมจะล้ม!&lt;br /&gt;ลมรึก็เย็นจัดจนหากตากนาน ๆ ถึงกับมีน้ำมูก คัดจมูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงเวลานั้นได้แต่มองพวกเพื่อนบ้าน&lt;br /&gt;พวกมันแค่อาศัยคบไม้ปลายตาลเป็นเรือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธรรมชาติกระหน่ำโบยตีชีวิตด้วยหวังให้ชีวิตอดทน&lt;br /&gt;และรับรู้ความเป็นจริงถึงการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน&lt;br /&gt;มีลมแรงที่ดุร้าย มีสายลมเอื่อยเย็นสบาย และลมนิ่งที่ร้อนอบอ้าว&lt;br /&gt;หมุนเวียนเช่นนี้เป็นปกติ&lt;br /&gt;ธรรมชาติจะคัดกรองชีวิต มีแต่ชีวิตที่เข้มแข็งอดทนจึงสามารถดำรงอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันผ่านมาอย่างสะบักสะบอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สายลมยามบ่ายพัดเอื่อยอ่อน&lt;br /&gt;ฉันนั่งมองเพื่อนนกเขาที่ผ่านเวลาโหดร้ายมาด้วยกัน&lt;br /&gt;พวกมันอึดจริง ๆ&lt;br /&gt;ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มให้พวกมัน แล้วยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงจิตกับลูกเดินเลาะคันนามา&lt;br /&gt;ในมือมีว่าวนกตัวใหญ่&lt;br /&gt;อา…ได้เวลาของ ‘ลมว่าว’ แล้วสินะ!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุงจิตโบกมือให้ ฉันยกแก้วกาแฟขึ้นรับ&lt;br /&gt;เจ้าเขียวลูกลุงจิตพาว่าวเดินห่างออกไป&lt;br /&gt;ลุงจิตส่งเสียง “พอ” เจ้าเขียวหันกลับมากระชับว่าวในมือตั้งขึ้น&lt;br /&gt;ลุงจิตดึงเชือกตึง เจ้าเขียวปล่อยว่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าวทะยานขึ้นควงซ้ายทีขวาทีเป็นวงกว้าง&lt;br /&gt;จากนั้นวนปักลงพื้น เจ้าเขียวรีบวิ่งไปดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากพ้นวัยเด็กฉันไม่เคยประกอบว่าวของตัวเองอีกเลย&lt;br /&gt;ฉันคิดว่าเสียเวลา ซ้ำยังมายืนแหงนมองชักไปมาไม่เห็นจะได้อะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งมองเจ้าเขียว นั่นมันฉันนี่นา!&lt;br /&gt;ฉันลืมวันเวลานี้ไปนานเท่าไรแล้ว?&lt;br /&gt;ลืมแรงตึงมือที่ว่าวเคยส่งผ่านเส้นเชือกได้อย่างไร?&lt;br /&gt;อะไรทำให้ฉันมองเห็นการทำว่าว ส่งว่าวขึ้นท้องฟ้าเป็นเรื่องเสียเวลา?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเปลี่ยนฉันเป็นลุงจิตฉันจะเอาเวลาทั้งวันมานั่งทำว่าวให้ลูกไหม?&lt;br /&gt;คงไม่!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซื้อให้เห็นจะง่ายกว่า&lt;br /&gt;ได้ว่าวมาก็ส่งขึ้นฟ้าได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกของฉันก็คงรับว่าวไปด้วยความดีใจและรับรู้เพียงว่าพ่อซื้อว่าวให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่างกับเจ้าเขียวที่ต้องติดตามพ่อไปหาไผ่หนุ่มที่เหนียวดัดง่าย&lt;br /&gt;กว่าจะนำมาตัดมาเหลาเตรียมโครงสร้างแต่ละชิ้น&lt;br /&gt;เจ้าเขียวต้องเรียนรู้วิธีการเหลาไผ่ให้อ่อนจนดัดเป็นรูปปีกนก&lt;br /&gt;ทั้งยังต้องเหลาให้น้ำหนักทั้งสองข้างเท่ากัน&lt;br /&gt;เรียนรู้การหาใบลานมาขูดจนบางประกอบเข้ากับโครงไผ่ที่คล้ายคันธนูเพื่อทำแอก&lt;br /&gt;เรียนรู้การตัดกระดาษแก้วตกแต่งให้เป็นว่าวนกที่สวยงาม&lt;br /&gt;การปรับแต่งเชือกที่ผูกกับตัวว่าว เพื่อให้ว่าวรับลมในตำแหน่งเหมาะสม&lt;br /&gt;จนถึงการส่งว่าวขึ้นท้องฟ้าและวิธีสาวเชือกเก็บว่าวที่ไม่ทำให้ว่าวกระแทกพื้นเสียหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าเขียวได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากพ่อ&lt;br /&gt;และจะสอนสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกตัวเองต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองคนพ่อลูกปลุกปล้ำกับว่าวอยู่พักใหญ่&lt;br /&gt;สุดท้ายก็ส่งว่าวขึ้นไปฉวัดเฉวียนบนท้องฟ้าสำเร็จ&lt;br /&gt;เจ้าเขียวคงภาคภูมิใจในตัวพ่อไม่น้อยที่สามารถแก้ปัญหาจนส่งว่าวขึ้นฟ้าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงแอก*ดังแว่วมา ลุงจิตกระตุกเชือกสองสามครั้งแล้วส่งให้เจ้าเขียว&lt;br /&gt;เจ้าเขียวรับเชือกมาลองกระตุก ว่าวยักซ้ายย้ายขวาตามแรงตึงเชือก&lt;br /&gt;เจ้าเขียวหัวเราะชอบใจ ลุงจิตหันมาโบกมือให้ฉัน&lt;br /&gt;ฉันยกแก้วกาแฟตอบ แล้วดื่มให้แก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดื่มให้ว่าวตัวแรกของฤดูกาลแห่งลมว่าว&lt;br /&gt;ว่าวที่สืบทอดวิถีชนบทไทยไม่ให้สูญหาย&lt;br /&gt;วิถีที่ผู้เยาว์ให้ความเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่&lt;br /&gt;หาใช่ด้วยคำสั่ง หากแต่เป็นด้วยกตัญญู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธุลีดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#999900;"&gt;* แอก คือ โครงไม้ไผ่โค้งคล้ายคันธนู ขึงตึงด้วยใบลานหรือริบบิ้นเพื่อสวมตรงส่วนหัวของว่าวนกและว่าวควาย เมื่อลมผ่านจะเกิดเสียงดัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;Picture : www.childthai.org&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-3584225061375871845?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/3584225061375871845/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=3584225061375871845' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/3584225061375871845'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/3584225061375871845'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_1752.html' title='ว่าวตัวแรกบนท้องฟ้า'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-6271830477512039085</id><published>2007-10-15T21:28:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T21:28:07.603-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>ฉัน..ความหลัง…ความรัก..และกุหลาบเหล่านั้น</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/02/yellowrose_s.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;ฉัน&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;นั่งลงที่ริมระเบียง&lt;br /&gt;เสียงสายลมกระซิบกับใบไม้&lt;br /&gt;กิ่งก้านโยกย้ายส่ายไหว&lt;br /&gt;ดูเหมือนทั้งคู่จะคุยกันถูกคอ&lt;br /&gt;อยากรู้นัก…สายลมนำเรื่องราวอะไรมาบอกเล่า&lt;br /&gt;ทำไมใบไม้จึงได้ถูกอกถูกใจอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจิบชาแก้วแรกของวัน&lt;br /&gt;ชาแก้วแรกที่หมายถึงช่วงเวลาพักผ่อน&lt;br /&gt;จากนั้นเอนหลังลงบนพื้นระเบียง&lt;br /&gt;โพธิ์ทะเลเฒ่าสลัดใบเหลือแต่ก้านมองเห็นท้องฟ้าคราม&lt;br /&gt;หมู่เมฆขาวลอยอ้อยอิ่งตามกันเป็นทิว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเคยนอนมองท้องฟ้าอย่างนี้มาก่อน&lt;br /&gt;แต่…ที่ไหนนะ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สนามหญ้าในมหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;ใช่! สนามหญ้าในมหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหนุ่มคนหนึ่งนอนมองท้องฟ้าอย่างที่ฉันกำลังมอง&lt;br /&gt;เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ฉันในตอนนี้ เราเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง&lt;br /&gt;คิดต่างกัน เชื่อไม่เหมือนกัน&lt;br /&gt;ต่างจนเรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่ฉันมองปุยเมฆขาวลอยล่องด้วยใจสงบ&lt;br /&gt;เด็กหนุ่มกลับมองด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยคำถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนั้นเป็นวันแห่งความรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาได้รับดอกกุหลาบเต็มกระเป๋าเสื้อ&lt;br /&gt;กุหลาบทั้งหมดล้วนมีเพื่อมอบให้กันและกัน&lt;br /&gt;เขาหาได้ต้องการกุหลาบเหล่านี้&lt;br /&gt;ที่เขาต้องการแค่เพียงดอกเดียว&lt;br /&gt;ดอกเดียวเพื่อเขาคนเดียวเท่านั้น!&lt;br /&gt;แต่ไม่มีเลยสักดอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะมองปุยเมฆ…&lt;br /&gt;เขาคิดย้อนกลับไปถึงวันเวลานั่งมองเด็กวัยเดียวกันมีดอกกุหลาบอยู่ในมือ&lt;br /&gt;แต่เขากลับไม่มี&lt;br /&gt;‘วันแห่งความรัก’ วันที่ชวนหดหู่&lt;br /&gt;เลิกเรียนเขารีบกลับบ้าน&lt;br /&gt;ไม่อยากให้เพื่อน ๆ พบเห็นว่าเขาไม่ได้รับกุหลาบสักดอก&lt;br /&gt;บางปีถึงกับอยากซื้อให้ตัวเอง!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขามีความรักอยู่เต็มหัวใจ&lt;br /&gt;เฝ้าถามตัวเองว่าเมื่อไรจึงจะมีใครสักคนมองเห็น?&lt;br /&gt;เมื่อไรเขาจะมีคนรักอย่างคนอื่นบ้าง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่&lt;br /&gt;จากคนเงียบขรึม กลายเป็นคนร่าเริงอยู่ในกลุ่มเพื่อนตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สุดก็ได้ดอกกุหลาบ&lt;br /&gt;‘วันแห่งความรัก’ ไม่ใช่วันน่าอับอายสำหรับเขาอีกต่อไป&lt;br /&gt;แต่เขาต้องการแค่ดอกเดียว ดอกเดียวเท่านั้น!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันมองหมู่เมฆลอยเลื่อน&lt;br /&gt;ภาพเด็กหนุ่มค่อยเคลื่อนผ่านความทรงจำ&lt;br /&gt;จนถึงวันเขาได้รับกุหลาบจากหญิงสาวคนหนึ่ง&lt;br /&gt;ที่สุดเขาก็ได้รับกุหลาบที่เป็นของเขาแต่ผู้เดียว ดอกเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กาลเวลาคล้อยกุหลาบของเขากลับเปลี่ยนดอกไปด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนเขาไม่เคยถามหาอีกแล้วว่า&lt;br /&gt;เมื่อไรเขาจะมีคนรัก?&lt;br /&gt;เมื่อไรจะมีคนมองเห็น?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักของเขาที่คิดว่ามีอยู่เต็มหัวใจ&lt;br /&gt;ที่คิดหวังมอบให้ใครสักคน กลับตาลปัตร!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันพบว่าเขาไม่ได้คิดมอบ หากแต่คิดจะรับ!&lt;br /&gt;นั่นอาจเป็นที่มาของคำถามต่าง ๆ ขณะเขามองฟองเมฆเคลื่อนคล้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเล่า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่มีคำถาม&lt;br /&gt;ไม่มีความรักทั้งรักที่จะมอบหรือรักที่จะรับ&lt;br /&gt;ความรักสำหรับฉันได้สูญสลายไปนานแล้ว&lt;br /&gt;สูญสลายไปพร้อมการจากของหญิงสาวนักค้นหาเหล่านั้น&lt;br /&gt;หญิงสาวนักค้นหานิยามแห่งความรัก&lt;br /&gt;จากนิยามหนึ่งไปสู่อีกนิยามหนึ่ง&lt;br /&gt;เพียงเพื่อจะหักล้างทำร้ายกันด้วยอีกนิยามหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักที่คิดว่าเคยมีได้หลอมละลายไปแล้วกับสายลม สายน้ำ ทิวเมฆ และผืนโลก&lt;br /&gt;ความรักหาได้หล่อเลี้ยงหรือทำลายฉันอีกต่อไป&lt;br /&gt;เพราะมันได้สลายหายไปเป็นหนึ่งเดียวกับผืนโลก&lt;br /&gt;ที่อีกไม่นานร่างกายของฉันจะตามไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กำลังคิดอะไรอยู่?” เสียงผู้เฒ่าทักถาม&lt;br /&gt;“ความรัก!”&lt;br /&gt;“คิดไปถึงไหน?”&lt;br /&gt;“วนเวียน”&lt;br /&gt;“ยังมีความรักหรือ?”&lt;br /&gt;“…คิดว่าหมดแล้ว”&lt;br /&gt;“ไม่แน่ใจ?”&lt;br /&gt;“คิดว่าแน่ใจ”&lt;br /&gt;“คิดว่าแน่ใจแปลว่าไม่แน่ใจ”&lt;br /&gt;“อย่างนั้นก็…ไมแน่ใจ”&lt;br /&gt;“แสดงว่ายังมีความรักหลงเหลือ?”&lt;br /&gt;“อาจมี…”&lt;br /&gt;“มีไว้ทำอะไร?”&lt;br /&gt;“ร่มเงาของท่านเล่า…มีไว้ทำอะไร?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เฒ่าเงียบเสียง&lt;br /&gt;หากให้ฉันเดา แกกำลังอมยิ้ม…&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-6271830477512039085?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/6271830477512039085/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=6271830477512039085' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/6271830477512039085'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/6271830477512039085'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_7761.html' title='ฉัน..ความหลัง…ความรัก..และกุหลาบเหล่านั้น'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-5710898235929788908</id><published>2007-10-15T21:19:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T21:19:00.185-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>ลมหายใจที่เหลือ</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/01/utahskies_org.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;ฉัน&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;กำลังขับรถกลับ&lt;br /&gt;เส้นทางก่อสร้างตัดผ่านที่ราบน้ำท่วมถึงทะเลน้อย&lt;br /&gt;แสงอาทิตย์อัสดงลูบไล้ระลอกคลื่นในทะเลสาบเป็นประกาย&lt;br /&gt;พื้นถนนดินลูกรังระเกะระกะ ต้องขับรถหลบไปมา&lt;br /&gt;ฉันบังคับรถเคลื่อนไปข้างหน้าช้า ๆ&lt;br /&gt;ลำแสงสนธยายังคงสว่างเจิดจ้า&lt;br /&gt;แต่หนทางกลับแลราง..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;…ดวงตาฉันพร่าพราย…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปลี่ยวเหงา…&lt;br /&gt;วังเวง…&lt;br /&gt;ไม่มีใคร…&lt;br /&gt;มิ่งมิตรร่วมดวงวิญญาณจากไปแล้ว…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันมองไกลออกไป…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห้วงสมองครุ่นคิดสับสน&lt;br /&gt;ข้างหลังหนักอึ้ง มึนงง ยังไม่อยากยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;ข้างหน้า…ว่างเปล่า ไร้แก่นสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันกำลังจะไปไหน? ทำอะไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามดังก้องสะท้อนไปมาอยู่ในห้วงคำนึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเพิ่งอำลาควันไฟที่ละลายร่างผู้เป็นเหมือนหลักชัยแห่งจิตวิญญาณนักจารอักขระในโลกวรรณกรรม ผู้เสมือนนายพรานใหญ่กร้าวแกร่งที่เดินนำทางในป่าอักษรอันซับซ้อนกันดาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงร่ำร้องของจิตวิญญาณตะโกนก้องด้วยคำถาม “เมื่อไรฉันจะยอมเข้าใจเสียที?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมฉันจึงยังไม่ยอมรับเสียทีว่า ชีวิตคือความว่างเปล่า ข้าวของเงินทอง บ้าน รถ เป็นความว่างเปล่า การทำงานหาเงินทอง เพื่อให้ได้จับจ่ายซื้อหาสิ่งที่ต้องการไม่จบสิ้นเป็นความสูญเปล่า การเป็นที่ยอมรับ ตัวตนในสังคมเป็นเพียงภาพลวงตา วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาล้มตัวลงนอนราบไม่สามารถรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ อีกต่อไป วันนั้นทุกอย่างก็สลาย ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความภาคภูมิใจ, ยินดี, อิ่มเอม, เศร้าโศก เมื่อถึงเวลาละโลกไม่มีอะไรหลงเหลือ ฉันก็เช่นกันเมื่อวันเวลาของฉันมาถึง ฉันก็ไม่ต่างจากฝุ่นดินปลิวหายไปในสายลม เหมือนฉันไม่เคยผ่านมาบนโลกสีน้ำเงินใบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนฉันจากมา ควันไฟเริ่มจางแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ควันไฟก็มีวันจางหาย แต่ท่านยังอยู่&lt;br /&gt;อยู่ด้วยงานคิดงานเขียนที่ฝากไว้&lt;br /&gt;อยู่ด้วยเหล่าต้นไม้อักษรที่ท่านบรรจงปักกล้ารดน้ำพรวนดินจนกลายเป็นป่าอักษรอันอุดม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกชีวิตล้วนผ่านมาแล้วจากไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่างกันเพียงเราใช้เวลาของชีวิตทำอะไร?&lt;br /&gt;จะจากไปอย่างเปล่าดาย หรือทำอะไรสักอย่างฝากไว้บนโลกสวยงามใบนี้เพื่อบอกว่า ครั้งหนึ่งเราเคยผ่านทางมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงตะโกนก้องดังขึ้นในห้วงคำนึง&lt;br /&gt;เป็นเสียงตะโกนของท่าน ท่านตะโกนบอก…ด้วยชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนทางข้างหน้าพร่าเลือน&lt;br /&gt;ฉันตัดสินใจปาดหยาดน้ำตา เหยียบคันเร่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สนธยาลับไปแล้ว…&lt;br /&gt;ทิวทัศน์รายรอบพลันสูญหาย แสงไฟหน้ารถสาดส่องแค่ระยะสายตา หนทางข้างหน้ามืดมน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ฉันจะมุ่งไป ไปปลูกต้นไม้อักษรเหมือนดังท่านได้กระทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันนั่งลงริมระเบียง&lt;br /&gt;คิดทวนถึงช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันละทิ้งค่านิยม ความโลภ ความฝัน&lt;br /&gt;หันมาดูแลต้นกล้าด้วยความเอาใจใส่ ใช้ชีวิตอย่างเต็มชีวิต&lt;br /&gt;ร่างกายกับจิตวิญญาณหาได้แยกกันอยู่อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล้าไม้อักษรของฉันยังเยาว์นัก&lt;br /&gt;ยังต้องหมั่นฟูมฟักดูแล&lt;br /&gt;พรวนดิน…พรมน้ำ…&lt;br /&gt;ราดรดด้วยลมหายใจที่ยังเหลือ&lt;br /&gt;ทีละวัน…ทีละวัน…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงของท่านยังสะท้อนก้องในห้วงคำนึง&lt;br /&gt;เป็นเสียงที่ตะโกนบอก…ด้วยชีวิต!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-5710898235929788908?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/5710898235929788908/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=5710898235929788908' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/5710898235929788908'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/5710898235929788908'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_8924.html' title='ลมหายใจที่เหลือ'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-8407476277330231165</id><published>2007-10-15T21:11:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T21:11:40.642-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>บางสิ่งที่หายไป</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2007/01/deanesmay.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;ฉัน&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;หยิบส้มสายน้ำผึ้งสีสดผิวเป็นมันขึ้นมาจากกอง&lt;br /&gt;แม่ค้าส่งถุงก๊อปแก๊ปให้ “โลสิบแปด สองโลสามห้า” เธอว่า&lt;br /&gt;ฉันหยิบส้มใส่ถุง บอกแม่ค้า “สามโล” เธอรับไปชั่ง หยิบส้มใส่เพิ่มอีกสองลูก&lt;br /&gt;ฉันไม่รู้หรอกว่า สามกิโล ฯ ตรงหรือไม่ เข็มตาชั่งอยู่ด้านใน ด้านที่หันให้ลูกค้ามีกระดาษหุ้มอยู่ รับถุงส้มมาจากแม้ค้า จ่ายเงิน จากนั้นเดินวนเวียนหาซื้อเสบียงอาหารต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่พักของฉันอยู่ไกลตลาด&lt;br /&gt;จากถนนใหญ่ยังต้องเดินตัดคันนาไปอีกเกือบกิโล ฯ&lt;br /&gt;เข้าตลาดทีจะต้องตุนเสบียงให้ได้สักหลายวัน&lt;br /&gt;กลับจากตลาดแต่ละครั้ง ฉันจึงต้องหิ้วถุงเต็มสองมือหนักจนเจ็บนิ้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเดินตัดคันนา&lt;br /&gt;ต้นหญ้าได้ฝน พากันแตกกอชูก้านยาว&lt;br /&gt;ฉันเดินละป่าหญ้าไปเรื่อย ๆ หญ้าเจ้าชู้ฝากความระลึกถึงเต็มขากางเกง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วฉันก็ได้ยินเสียง แควก !!&lt;br /&gt;ถุงก๊อปแก๊ปขาด !&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส้มสีสดใสกลิ้งกระจาย ฉันวางถุงในมือปลดนิ้วออกจากถุงก๊อปแก๊ปอย่างลำบากยากเย็น เก็บรวมรวมผลส้ม แต่ไม่มีถุงใส่ ต้องใส่ในถุงใบอื่นบ้าง กระเป๋ากางเกงบ้าง&lt;br /&gt;หาจนแน่ใจว่าได้ส้มคืนมาหมดแล้ว ฉันจึงสอดนิ้วกลับเข้าในถุง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดขึ้นได้ ‘มีบางอย่างหายไป !’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัยเยาว์ฉันไปตลาดกับย่าบ่อย ๆ ช่วยหิ้วตะกร้าจ่ายตลาดให้ย่าตอนขาไป&lt;br /&gt;ย่าซื้อข้าวของจนเต็มตะกร้า ฉันหิ้วไม่ไหวย่าจึงรับไปหิ้วเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันหายไปไหนกันนะ….’ตะกร้าจ่ายตลาด’&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมไม่มีใครใช้มันอีกเลย ทุกคนไปตลาดด้วยสองมือเปล่ากับสตางค์ในกระเป๋า&lt;br /&gt;จากนั้นได้ถุงก๊อปแก๊ปมาเต็มสองมือ สินค้าหนึ่งอย่าง ถุงหนึ่งถุง สินค้าสิบอย่าง ถุงสิบถุง แล้วก็เอาถุงมาเป็นขยะที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;‘ตะกร้า’ บรรจุข้าวของได้มากมาย ใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า&lt;br /&gt;ย่าใช้ตะกร้าใบเดิมจนเก่าเกือบเท่าอายุย่า&lt;br /&gt;บางครั้งยังเห็นย่านั่งพันหูตะกร้าเสริมความแข็งแรง&lt;br /&gt;ย่าดูแลตะกร้าเก่า ๆ ใบนั้นด้วยความทะนุถนอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันหายไปไหนกันนะ…ตะกร้าจ่ายตลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจะต้องมองหาสักใบ&lt;br /&gt;กลับจากตลาดคราวหน้า จะไม่มีส้มลูกไหนตกหล่นระหว่างทางอีกแล้ว ?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-8407476277330231165?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/8407476277330231165/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=8407476277330231165' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/8407476277330231165'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/8407476277330231165'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post_9656.html' title='บางสิ่งที่หายไป'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-4750296213048891093</id><published>2007-10-15T21:05:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T21:05:15.618-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>น้ำตาเทียน</title><content type='html'>&lt;p align="center"&gt;&lt;img alt="images.jpg" src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/images.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#666600;"&gt;&lt;em&gt;แสงสนธยา&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;ลำสุดท้ายลับหายไปจากม่านฟ้า&lt;br /&gt;สายลมเอื่อยอ่อน…&lt;br /&gt;คงเหนื่อยล้า หลังเดินทางมาทั้งวัน…&lt;br /&gt;เสียงจิ๊บจิ๊บของเหล่าลูกนกบนโพธิ์ทะเลเฒ่าเงียบหายไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัตติกาลกลับมาเยือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรรพสิ่ง สงบงันรับการกลับมา&lt;br /&gt;แม้หรีดหริ่ง เรไร ยังหยุดระงมร้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจุดเทียนไข&lt;br /&gt;เดินออกมาที่ระเบียง&lt;br /&gt;ผนังระเบียงกว้างใหญ่ไปสุดขอบฟ้า&lt;br /&gt;ฝ้าเพดาน ระยิบด้วยดวงดารา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำตาเทียนหยดลงบนหลังมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันฉงนใจ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หยดน้ำตาเทียนบนพื้นแล้ววางเทียนไขลง&lt;br /&gt;นั่งมองเปลวเทียน…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปลวเหลืองเรืองลอยนิ่งเหนือความว่างที่โอบเรื่อสีฟ้าอ่อนตรงกลาง&lt;br /&gt;สงบราวผู้หลุดพ้นเรื่องราวทางโลก&lt;br /&gt;บางครั้งอ้อยอิ่งระริก คล้ายหัวใจวัยเยาว์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปลวเทียนดูโศกเศร้า&lt;br /&gt;แม้หลายครั้งจะเต้นเร่า…ส่ายโยนโอนไหวราวร่ายระบำ&lt;br /&gt;ระบำเปลวเทียนกลับยิ่งชวนซึมเซา อ้างว้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเช่นนี้เอง…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เทียนไข…&lt;br /&gt;เจ้าคงไม่เคยสินะที่จะลิ้มรสแห่งความสุขรื่นรมย์&lt;br /&gt;จึงแม้ในความเริงร่าของเจ้า…ยังซึมเศร้า หดหู่ถึงเพียงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นนี้เอง…หยดน้ำตาเจ้าจึงระอุร้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเช่นนี้เอง…&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-4750296213048891093?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/4750296213048891093/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=4750296213048891093' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/4750296213048891093'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/4750296213048891093'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/blog-post.html' title='น้ำตาเทียน'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2111667744355916078.post-7508198235379392816</id><published>2007-10-15T21:02:00.000-07:00</published><updated>2007-10-15T21:02:38.979-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ระเบียงใบไม้'/><title type='text'>teatime</title><content type='html'>&lt;img src="http://kaawrowkaw.files.wordpress.com/2006/12/garden.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#999900;"&gt;&lt;em&gt;ยามบ่าย…&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ไอแดดแผดกล้า…&lt;br /&gt;ฟ้าใส ทิวเมฆขาวลอยล่อง&lt;br /&gt;ฉันชอบหลบเข้าใต้เงาไม้ข้างกระท่อม&lt;br /&gt;ยกป้านชา แก้วชา มานั่งห้อยขาที่ระเบียง เสียงพวกเพื่อนนกพูดคุยกันจิ๊บ ๆ สายลมพัดโชยมาแผ่ว กิ่งไม้โยกโยนเริงระบำลม ใบไม้ปลิดขั้ว ร่วงพรูพลิกพลิ้ว หลายใบมาสงบนิ่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน&lt;br /&gt;นั่นคือเสียงพูดคุย !&lt;br /&gt;เสียงพูดคุยทักทายจากโพธิ์ทะเลเฒ่า&lt;br /&gt;ผู้เฒ่าที่คอยชี้แนะตักเตือนฉันตลอดเวลาที่มาอาศัยอยู่ใต้ร่มเงา&lt;br /&gt;ด้วยคำพูดแผ่วเบา อาทร ไม่เคยชี้นำ กลับแนะให้ฉันคิด คิดเท่าที่สามารถคิดได้ ฉันค่อย ๆ เรียนรู้ ทั้งจากลองผิด ลองถูก ทั้งจากครุ่นคิด ทบทวน ผู้เฒ่าย้ำว่า “การเรียนรู้ไม่มีจบสิ้น”&lt;br /&gt;ฉันยกแก้วชาขึ้นจิบ ไออุ่นผ่านลงเป็นทางขณะกลิ่นยังกรุ่นไล้ปลายจมูก&lt;br /&gt;“เช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่า ที่รู้ เป็นความรู้ถูกต้อง ไม่ใช่รู้ผิด ๆ ” ฉันซัก&lt;br /&gt;“ผิดถูกไม่ใช่สาระ สาระอยู่ที่นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ต่อคนรอบข้างหรือไม่? อย่างไร?” ผู้เฒ่าเอ่ยเสียงแผ่ว&lt;br /&gt;ฉันวางแก้วชา สูดหายใจลึก นิ่งมองสายลมหยอกเย้าผู้เฒ่า“วันนี้ไม่ทราบมีเรื่องอะไร?” ฉันชายตามองใบไม้หลากเฉดสีที่สงบนิ่งอยู่ข้าง ๆ&lt;br /&gt;“เห็นใช่ไหม?” ผู้เฒ่าถาม&lt;br /&gt;“เห็นอะไร?”&lt;br /&gt;“มองอะไรอยู่?”&lt;br /&gt;“ใบไม้”&lt;br /&gt;“เห็นใช่ไหม?”&lt;br /&gt;“เห็น”&lt;br /&gt;“เห็นอะไร?”&lt;br /&gt;“เห็นใบไม้”&lt;br /&gt;“แค่นั้น?”&lt;br /&gt;“ใช่…แค่นั้น” เท่าที่ฉันเห็นมีแค่นั้นจริง ๆ ใบไม้ ใบโพธิ์ทะเล ปลิดจากขั้ว ร่วงพลิ้วตามแรงลม ช่วงนี้เป็นหน้าฝน ใบดกเต็มต้น&lt;br /&gt;“นั่น เป็นใบที่ตายแล้ว” ผู้เฒ่ากล่าว จากนั้นก็เงียบเสียง ฉันได้แต่พยักหน้า ไม่ผิด ใบที่ปลิดจากขั้วไม่อาจนับเป็นใบมีชีวิต&lt;br /&gt;ฉันรินชาแก้วใหม่ นิ่งมองใบไม้ บนพื้นระเบียงสายลมเย็นพัดมาอีกครั้ง ใบไม้พลัดหล่น ใบเขียว ใบเหลือง ใบน้ำตาลไหม้ ร่วงลงซ้อนทับกันบนผืนดิน&lt;br /&gt;ฉันได้แต่ยกแก้วชาขึ้นดื่มขอบคุณผู้เฒ่า ●&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;picture from : &lt;a href="http://www.impressionistprints.com/"&gt;http://www.impressionistprints.com/&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2111667744355916078-7508198235379392816?l=leafterrace.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://leafterrace.blogspot.com/feeds/7508198235379392816/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2111667744355916078&amp;postID=7508198235379392816' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/7508198235379392816'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2111667744355916078/posts/default/7508198235379392816'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://leafterrace.blogspot.com/2007/10/teatime.html' title='teatime'/><author><name>ธุลีดิน ธรรมดา</name><uri>https://profiles.google.com/100288312149760747308</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='//lh4.googleusercontent.com/-LSH4mtk7f1A/AAAAAAAAAAI/AAAAAAAACH0/qa0RVqZ1wdM/s512-c/photo.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
